09.00 INDEX ปัจจัย รัฐบาล การเปลี่ยนแปลง “สนิม” เกิดแต่เนื้อใน “รัฐบาล”
เด่นชัดอย่างยิ่งว่า ปัญหา “สภาล่ม” เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ขณะกำลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติซึ่งเสนอโดยรัฐบาล เป็นปัญหาโดยตรงของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคพลังประชารัฐ
มิได้เป็นปัญหาอันเนื่องจาก “ฝ่ายค้าน” ไม่ว่าจะมาจากพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะมาจากพรรคก้าวไกล
การตกลงร่วมกันระหว่างหัวหน้ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จึงเป็นหนทางอันถูกต้องในทางการเมือง
และเมื่อได้ นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.จากจังหวัดนครสวรรค์ขึ้นมาเป็นประธานวิปรัฐบาล โดยมี นายอนุชา นาคาศัย และ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ คอยให้การช่วยเหลือจึงเป็นความอุ่นใจ
ไม่ว่าจะเป็นความอุ่นใจที่เกิดขึ้นโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะเป็นความอุ่นใจที่บังเกิดในความรู้สึกของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นยังต้องได้รับการหนุนเสริมจากพรรคภูมิ ใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา อย่างมีนัยสำคัญ
หากประเมินจากการแสดงบทบาทของพรรคเพื่อไทยภายหลังการ ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 ที่จังหวัดชอนแก่น ก็เด่นชัดยิ่งว่า ก้าวแต่ละก้าวของพรรคเพื่อไทยจะเป็นอย่างไร
รูปธรรมก็คือ การแสดงบทบาทอย่างมีกัมมันตะผ่านเวทีรัฐสภา ดังเห็นได้จากกรณี นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพานในกรณีของข้าว
นับแต่เปิดประชุมรัฐสภาเมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 เป็นต้นมารูปธรรมการละเลยและเพิกเฉยต่อรัฐสภาจากฝ่ายรัฐบาลเห็นได้เด่น ชัดเป็นอย่างยิ่ง
ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุ วรรณ ไม่เคยไปตอบกระทู้สด นี่ย่อมเป็นตัวอย่างให้รัฐมนตรีอื่น
ตรงนี้จะกลายเป็นจุดอ่อนและอาจนำไปสู่สภาวะสภาล่มอีก
หากนับจากเดือนมีนาคม 2562 วาระของสภาจะอยู่ได้ไม่เกินเดือน มีนาคม 2566 นั่นหมายถึงเวลาที่เหลืออยู่อีกเพียง 1 ปีเศษเท่านั้นเองในทางการเมือง
ระยะ 1 ปีเศษนี้มีโอกาสที่จะเกิด “อุบัติเหตุ” ทางการเมืองได้
แม้ปัจจัยจากการเคลื่อนไหวของประชาชนจะกดดัน แม้ปัจจัย จากพรรคฝ่ายค้านจะกดดัน แต่ที่ชี้ขาดอย่างแท้จริงย่อมอยู่ภายใน
นั่นก็คือ ปัจจัยของ “รัฐบาล” นั้นเองจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง

