09.00 INDEX การขยับ ขานรับ “คนรุ่นใหม่” ผลสะเทือน ”ใหม่” ทางการเมือง
ถามว่าการเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐที่จะเปิดรับคนรุ่นใหม่เข้ามา ไม่ว่าจะดังจากหัวหน้าพรรค ไม่ว่าจะดังจากโฆษกพรรคสะท้อนถึงแนวโน้มและผลสะเทือนจากปัจจัยใด
คำตอบเฉพาะหน้าอาจมาจากการปรับเปลี่ยนอันเห็นได้จากที่ ประชุมพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม
นั่นก็คือ การปรากฏขึ้นของประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม ประสานกันไปกับการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคและการเกิดขึ้นของคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง
เพราะว่าประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม คือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ ”อุ๊งอิ๊ง” จึงส่งผลสะเทือนเป็นอย่าง สูงนำไปสู่การขยับและปรับเปลี่ยนภายในของแต่ละพรรคการเมือง
ไม่เว้นแม้กระทั่งพรรคประชาธิปัตย์และรวมถึงพรรคพลังประชารัฐที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เน้นถึงการเปิดกว้างให้คนใหม่ในทางการเมืองเข้าไป
แต่การปรับเพื่อขานรับ ”คนรุ่นใหม่” จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในทางเป็นจริงหากไม่มีการลงมือ”ปฏิบัติ”อย่างเป็นรูปธรรม
ต้องยอมรับว่าการปรับองค์ประกอบภายในพรรคเพื่อไทยซึ่งเกิดขึ้น ในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 ที่จังหวัดขอนแก่นดำเนินไปในกระสวนที่เรียกได้ว่าเป็นการ ”ดิสรัพท์ตนเอง”
สัมผัสได้จากจุดต่างระหว่างคณะกรรมการบริหารกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง
สังคมเห็นรายชื่อ นายเสนาะ เทียนทอง นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หรือแม้กระทั่ง นายภูมิธรรม เวชยชัย อยู่ในคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง
ขณะเดียวกัน หากสำรวจรายชื่อกรรมการบริหารพรรคนอกจาก นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายสุทิน คลังแสง แล้ว
นอกจากนั้นล้วน ”หน้าใหม่” แม้กระทั่ง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว
นับแต่ปรากฏพรรคอนาคตใหม่ขึ้นพร้อมกับ ”เลือดใหม่” ในทางการเมืองได้เกิดการแถลงจากทุกพรรคว่าพร้อมปรับและรับคนรุ่นใหม่เข้ามาเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในทางการเมือง
แต่มีเพียงพรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่ปฏิบัติอย่างเป็นจริงในปี 2564
นอกจากนั้นหากเข้าไปสำรวจองค์ประกอบ ”ภายใน” ของแต่ละพรรคก็ล้วนถูกยึดครองโดยนักการเมืองรุ่นเก่า คร่ำหวอดและคร่ำครึ
“คนรุ่นใหม่”มีแต่ก็ดำรงเหมือน “ใบเฟิร์น” ประดับแจกันเท่านั้น

