เลขาครป.ประกาศดื้อแพ่ง เมินรับทราบข้อกล่าวหา ปมปราศรัยอนุสรณ์ 14 ตุลา

เลขาครป.ประกาศดื้อแพ่ง เมินรับทราบข้อกล่าวหา ปมปราศรัยอนุสรณ์ 14 ตุลา

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เปิดเผยว่า ตนได้รับหมายเรียกในคดีละเมิด พรก.ฉุกเฉินฯ เป็นคดีที่ 4 กรณีไปร่วมอภิปรายที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ถ.ราชดำเนิน ในงานวันที่ “3 ตุลามาไล่ประยุทธ์” ที่จัดโดยเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย

นายเมธากล่าวว่า ทุกคนที่มาอภิปรายหรือปราศรัยนั้นไม่น่าจะโดนตั้งข้อหาได้ เพราะเป็นพื้นที่ลานกิจกรรมด้านบนของอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ที่อนุญาตและดูแลโดยมูลนิธิ 14 ตุลา ไม่ใช่ในที่สาธารณะหรือบนถนนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่น่าจะตั้งข้อหาครอบจักรวาลได้ ผู้ต้องหาที่โดนคดีละเมิด พรก.ฉุกเฉินฯ มีทั้งสิ้น 17 คน อาทิ นายนันทพงษ์ ปานมาศ, นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์, นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย, นางสาวธิษะณา ชุณหวัณ, นายสมบูรณ์ ทองบุราณ, นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์, นายอรรถพล บัวพัฒน์, นายไทกร พลสุวรรณ์ เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นผู้ถูกเชิญมาอภิปรายหรือปราศรัยแทบทั้งสิ้น โดยโดนข้อหาว่า ทุกคนได้ร่วมกันซึ่งมีจำนวนเกินกว่า 25 คนเข้าร่วมกิจกรรม “3 ตุลามาไล่ประยุทธ์” บริเวณลานกิจกรรมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา อันเป็นความผิดฐาน ร่วมกันให้มีการชุมนุมที่มีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 25 คน” โดยให้ไปพบ พ.ต.ท.พิษณุ เกิดทอง รองผู้กำกับการ พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 เวลา 13.00 น.

นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.)

“ถ้าจะแจ้งข้อกล่าวหาทำไมไม่กล้าออกหมายเรียกทุกคนให้ครบทั้งหมดไปเลยนับร้อยคน เพราะทุกคนก็ล้วนมาด้วยเจตจำนงค์ตนเอง ส่วนผมเดินทางมาคนเดียวเพื่อมาอภิปรายให้ความรู้ประชาชนตามที่ถูกเชิญและผู้จัดยังได้มีการประสานพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เรื่องมาตรการป้องกันโควิด และทุกคนก็ใส่หน้ากากอนามัยกันทุกคน ดังนั้น การที่รัฐบาลมีนโยบายให้ตำรวจตั้งข้อกล่าวหาไปก่อนกับทุกกิจกรรมที่ต่อต้านหรือเห็นต่างรัฐบาลจึงเป็นการใช้อำนาจนิยมไปในทางไม่ถูกต้องเพื่อสร้างคณาธิปไตย

การที่รัฐไม่ให้สิทธิการประกันตัวแก่แกนนำการชุมนุมที่ผ่านมา เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของกระบวนการยุติธรรมแบบเลือกปฏิบัติ” นายเมธากล่าว

นายเมธากล่าวว่า ตนจะยังไม่ไปรับทราบข้อกล่าวหาในชั้นพนักงานสอบสวนในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ และจะทำหนังสือขอความเป็นธรรมกับอัยการต่อไป ในสถานการณ์แบบนี้ประชาชนใช้สิทธิดื้อแพ่งและอารยะขัดขืนได้ ตราบใดที่ยังไม่สามารถเรียกร้องให้ผู้ใดรับผิดชอบค่าเสียหายได้ ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปคงไม่มีประชาชนคนใดอยากเสียภาษีให้รัฐอีกต่อไป

วันนี้รัฐบาลล้มเหลวทุกอย่าง ถ้ารัฐสภายังล้มเหลวอีกก็น่าห่วงมาก ดังนั้นในวันพรุ่งนี้ ครป.และเครือข่ายภาคประชาชน จึงชวนคนไทยมาร่วมทวงคืนอนาคต หาทางออกให้ประเทศและสังคมไทย โดยจัดอภิปรายในหัวข้อ “คนรุ่นใหม่ทวงคืนอนาคต : ข้อท้าทายการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยหลังโควิด” วันอาทิตย์ที่ 7 พ.ย.2564 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon