นายกฯ เร่งซื้อ ‘แพกซ์โลวิด’ รักษาโควิด ไฟเซอร์ เผยผลวิจัยลดเสียชีวิต-รักษาตัวใน รพ. 89%

7.11.21 | 08:04 น.

‘บิ๊กตู่’ เร่ง สธ.ซื้อยา ‘แพกซ์โลวิด’ รักษาโควิด ด้านไฟเซอร์เผยผลวิจัยลดเสียชีวิต-รักษาตัวใน รพ.ได้ถึง 89% ปลัด มท.โพสต์ภรรยาป่วยโควิด

นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จ ในการพัฒนายารักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ข้อความในการนำเข้ายาเม็ดรักษาโควิด โดยมีรายละเอียด ระบุว่า “พี่น้องประชาชนที่รักครับ เมื่อวานนี้ (วันที่ 5 พฤศจิกายน) บริษัทไฟเซอร์เพิ่งประกาศความสำเร็จในการพัฒนายารักษาโควิด-19 ที่มีชื่อว่า แพกซ์โลวิด (Paxlovid) ช่วยลดการรักษาตัวในโรงพยาบาล และลดการเสียชีวิตในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ (วันที่ 4 พฤศจิกายน) ที่ประเทศอังกฤษ เพิ่งประกาศอนุญาตให้ใช้ยาเม็ดรักษาโควิด โมลนูพิราเวียร์ ของบริษัทเมอร์คได้ แต่กว่ายาเหล่านี้จะเริ่มมีออกมาให้ใช้ก็คงจะเป็นในช่วงต้นปีหน้าครับ โดยผมได้เน้นย้ำกับทางกระทรวงสาธารณสุขไปแล้วว่าให้เร่งดำเนินการในทันที เพื่อสั่งซื้อยาตั้งแต่ตอนนี้ จะได้เป็นคิวแรกๆ สถานการณ์แพร่ระบาดโควิดของบ้านเราในปัจจุบัน มีแนวโน้มที่ดี อยู่ภายใต้การควบคุม ซึ่งเราคนไทยทุกคนยังคงต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ รักษาวินัยของตัวเองอย่างเคร่งครัด สวมหน้ากากอนามัยอยู่เสมอ และเว้นระยะห่างทางสังคมต่อไปนะครับ

ทั้งนี้ ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาคงได้รับทราบข่าวสารว่าหลายประเทศในยุโรปมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่กลับมาพุ่งสูงขึ้นอีก ซึ่งองค์การอนามัยโลกประเมินว่าสาเหตุมาจากการที่ผู้คนเริ่มหละหลวม ไม่สวมหน้ากากอนามัย และไม่เว้นระยะห่างทางสังคม ดังนั้น ผมจึงขอความร่วมมือให้พี่น้องชาวไทยทุกคนช่วยกันรักษาวินัยต่อไปด้วยครับ สุดท้ายนี้ผมขอเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมดูแลในทุกขั้นตอนของการเข้าประเทศ รวมทั้งตรวจตราการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวดและไม่ประมาท”

ขณะที่ บลูมเบิร์ก รายงานว่า ไฟเซอร์ อิงค์ ประกาศว่า ยารักษาโควิด-19 ของบริษัท ช่วยลดการรักษาตัวในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงได้ถึง 89% ซึ่งบริษัทคาดว่าผลลัพธ์ดังกล่าวจะช่วยยกระดับการรักษาโควิดได้ โดยหลังการประกาศข่าวนี้ หุ้นของไฟเซอร์ อิงค์ ถีบตัวสูงขึ้นถึง 11% ในช่วงก่อนเปิดตลาดผู้ผลิตยาสัญชาติอเมริกันเผยในแถลงการณ์ว่า บริษัทจะไม่รับผู้ป่วยรายใหม่เพื่อมาเข้าร่วมการทดลองรักษาอีกต่อไป เนื่องจากประสิทธิภาพที่มีอย่างล้นหลามของตัวยา และบริษัทวางแผนที่จะส่งผลการศึกษาไปยังหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐ เพื่อขออนุมัติใช้ฉุกเฉินโดยเร็วที่สุดผลลัพธ์ที่ได้ของไฟเซอร์ ทำให้ขณะนี้มีผู้ผลิตยา 2 แห่ง ที่นำเสนอยารักษาผู้ป่วยโควิดในระยะเริ่มต้น โดยเมื่อเดือนที่แล้ว เมอร์ค แอนด์ โค และริดจ์แบ็ก ไบโอเทราพิวติกส์ แอลพี ได้ส่งยาที่กำลังทดลองของพวกเขามายังหน่วยงานของสหรัฐ หลังผลการศึกษาชี้ว่ามันสามารถลดความเสี่ยงจากการป่วยหนักหรือเสียชีวิตลงครึ่งหนึ่งในผู้ป่วยโควิดที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง ยาเม็ดที่สามารถนำไปกินที่บ้านได้ตั้งแต่เริ่มมีอาการ เป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมวิกฤตโควิดทั่วโลก ในกรณีที่มีการจำหน่ายในวงกว้าง

โฆษกไฟเซอร์กล่าวด้วยว่า หลังยื่นขออนุมัติใช้ในสหรัฐแล้ว อีกไม่นานบริษัทจะยื่นขออนุมัติใช้ไปยังหน่วยงานกำกับดูแลอื่นๆ ทั้งนี้ ไฟเซอร์ได้ทดลองยาชนิดนี้กับผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนจำนวน 1,219 ราย โดย 5 วันหลังการรักษาด้วยยา พบว่ายาสามารถลดอัตราการเข้าโรงพยาบาลได้มาก เมื่อกินยาหลังจากเริ่มมีอาการภายใน 3 หรือ 5 วัน ยาที่ชื่อว่า แพกซ์โลวิด (Paxlovid) จะจับตัวกับเอนไซม์ที่เรียกว่า โปรตีนเอส เพื่อหยุดยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัส ซึ่งยาสำหรับรักษาเอชไอวีบางชนิดก็ทำงานในลักษณะเดียวกันโดยรวมแล้วมีเพียง 0.8% ของผู้ที่เริ่มรักษาภายใน 3 วันหลังมีอาการป่วย ที่ต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครเสียชีวิตจากการทดลองใช้ยานี้ ขณะที่ 7% ของผู้ที่ใช้ยาหลอก มีทั้งที่ต้องเข้าโรงพยาบาลและเสียชีวิตส่วนผู้ที่ได้รับยาภายใน 5 วัน หลังแสดงอาการ มีผลลัพธ์ใกล้เคียงกันกับผู้ที่ได้รับยาภายใน 3 วันหลังแสดงอาการ

Advertisement

วันเดียวกัน นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “เรียนทุกท่าน ที่เคารพ คุณวันดี ภรรยาผมได้ไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทางห้องแล็บ ของโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เมื่อวานนี้ เพื่อใช้ผลสำหรับบินไปร่วมประชุม COP 26 ที่กลาสโกว์ได้รับทราบผลทางโทรศัพท์เมื่อเช้านี้ว่ามีผลเป็นบวก (ติดเชื้อโควิด-19) ผมเป็นบุคคลใกล้ชิดมาก กำลังเดินทางไปตรวจที่โรงพยาบาลอยู่ จึงขอเรียนมาเพื่อโปรดทราบและขออภัยที่คงทำให้ท่านที่ได้พบเจอต้องลำบากในการเฝ้าระวังตัว”