หน้าแรก การเมือง โจ้ แฉพิรุธปม...

โจ้ แฉพิรุธปมจัดซื้อวิทยุสื่อสารของสตช. เตรียมยื่นเรื่อง สอบความไม่โปร่งใส

7.11.21 | 12:09 น.

‘โจ้’ แฉพิรุธปมจัดซื้อวิทยุสื่อสารดิจิทัลของ สตช. เตรียมยืนเรื่องให้ ‘ไชยยา’ สอบความไม่โปร่งใสและความคุ้มค่าต่อ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 พฤศจิกายน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคพท. แถลงถึงกรณีความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในการจัดซื้อวิทยุสื่อสารดิจิทัลระยะที่ 1-3 ว่า โครงการนี้แบ่งออกเป็น 3 ระยะ เป็นเงิน 13,26 2,463,700 ล้านบาท คือ ระยะที่ 1 งบประมาณ 3,408 ล้านบาท เป็นการจัดหาลูกจข่ายจำนวน 15,000 เครื่อง เพื่อแจกจ่ายตำรวจสายงานปราบปราม รายงานควบคุมฝูงชน และศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ระยะที่ 2 งบประมาณ 4,340 ล้านบาท เป็นการติดตั้งขยายพื้นที่การใช้งานไปยังหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ และระยะที่ 3 งบประมาณ 5,514 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ สตช. ยังทำไม่ได้ เพราะระยะที่ 1 และ 2 มีปัญหา คือไม่มีเงินค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าเช่าที่ ค่าน้ำ ค่าไฟ โดยในระยะที่ 3 นี้ สตช.จะโอนไปให้หน่วยงานที่อยู่ในกระทรวงดีอีเอสเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องผิดปกติ ทั้งนี้ ทางตำรวจจัดซื้อจัดจ้างมาในราคาเครื่องละ 7.3 หมื่นบาท โดยจัดซื้อจัดจ้างมาโดยวิธีพิเศษทั้งหมด ไม่มีการนำเข้าระบบประมูลแต่อย่างใด

นายยุทธพงศ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ต้องมีสถานีติดตั้งเพื่อกระจายสัญญาณ โดยในระยะที่ 1 ติดตั้งไป 170 สถานี มีการซื้อ 15,000 เครื่อง ในพื้นที่ กทม. เป็นส่วนใหญ่ ระยะที่ 2 ซื้อ 43,040 เครื่อง กระจายไปตามหัวเมืองต่างๆ พอถึงระยะที่ 3 ทาง สตช.จะไม่ทำแล้ว เพราะไปไม่รอด แต่จะโอนไปให้หน่วยงานในกระทรวงดีอีเอสแทน ความผิดปกติคือ 1.TOR ไม่ได้ผ่านขั้นตอนการประชาพิจารณ์ เพื่อรับฟังความเห็นของผู้เกี่ยวข้อง 2.กำหนดให้ เป็นโครงการที่จัดซื้อโดยวิธีพิเศษ 3.การส่งมอบงานและอุปกรณ์ไม่ตรงตามที่กำหนดไว้ใน TOR 4.ล็อกสเปกอุปกรณ์ ในการขยายโครงข่าย มีผลให้จำเป็นต้องใช้ยี่ห้อเดิมตลอดไป 5.ในการขยายโครงข่าย อุปกรณ์โครงข่าย และสถานีฐานไม่สามารถเชื่อมต่อกับผลิตภัณฑ์ยี่ห้ออื่นได้ 6.สัญญาณวิทยุไม่ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ 7.สัญญาณเสียงและการรับส่งข้อมูลมีคุณภาพต่ำ และ 8.อุปกรณ์วิทยุแบบพกพา หรือ เครื่องลูกข่ายมีราคาสูงเกินจริง ปัญหา สตช.แบกค่าเช่าสาธารณูปโภคไม่ไหว เพราะต้องใช้สถาานีจำนวนมาก

ดังนั้น ระยะที่ 3 งบประมาณจำนวน 5,000 กว่าล้านบาทนั้น สตช.จะโอนให้หน่วยงานในกำกับกระทรวงดีอีเอสซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นไปได้อย่างไร เรื่องนี้เป็นการใช้งบประมาณจำนวนมาก และไม่คุ้มค่า และเพื่อติดตามเรื่องนี้ ตนจะส่งเรื่องไปให้นายไชยา พรหมมา ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ตรวจสอบการใช้งบกระมาณพรรคพท. เพื่อนำเรื่องนี้มาตรวจสอบถึงความไม่โปร่งใส และความไม่คุ้มค่าในการใช้งบประมาณ