‘ชวน’ สอนใครเป็น รบ.ต้องมาตอบกระทู้ ชี้องค์ประชุมเป็นหน้าที่ ส.ส. แต่รัฐบาลต้องเป็นหลัก อย่าโยนวิป

10.11.21 | 10:24 น.

‘ชวน’ สอนไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาล ต้องมีความรับผิดชอบมาตอบกระทู้ ยันประชุมสภาวันพฤหัสบดีเป็นข้อตกลงตั้งแต่แรก บอกองค์ประชุมเป็นหน้าที่ ส.ส.ทุกคน แต่รัฐบาลต้องเป็นหลัก อย่าโยนวิป เหตุเป็นเพียงคนคุมเสียง

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 10 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีรัฐมนตรีเลื่อนการตอบทำให้มีปัญหาเรื่องการตอบกระทู้ ว่า ต้องยอมรับว่าการตอบกระทู้ในสมัยนี้จะมากกว่าในสมัยก่อน ซึ่งได้แจ้งในที่ประชุมว่าอยากให้เป็นมาตรฐานไว้ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล หรือ ส.ส.ในภายภาคหน้าต้องมีมาตรฐานความรับผิดชอบตอบกระทู้ถาม เพราะเราเคยมีประสบการณ์ที่ผ่านมาว่ารัฐมนตรีหนีกระทู้ เราจึงพยายามสร้างบรรทัดฐานขึ้นมา

นายชวนกล่าวว่า แต่ถ้าไปดูตัวเลขจะเห็นว่ามีการตอบกระทู้ถามในยุคสมัยนี้มากเป็นพิเศษ แต่บังเอิญการประชุมสภาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่มีปัญหา เพราะเรานัดประชุมวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นข้อตกลงตั้งแต่แรกว่าวันพฤหัสบดีจะเป็นการตอบกระทู้ แต่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการประชุมในวันพฤหัสบดีเป็นนัดพิเศษจึงทำให้รัฐมนตรีมาตอบกระทู้ได้เพียงท่านเดียว ซึ่งได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ว่าให้แจ้งรัฐบาลว่าวันพฤหัสบดี ทางสภาเขานัดล่วงหน้าแล้ว ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องกันวันนี้ไว้ เพื่อที่รัฐมนตรีท่านใดจะได้รู้ว่าจะมาตอบกระทู้ยกเว้นกระทู้สดที่ถามตอนเช้า รัฐมนตรีจะไม่มีวันรู้ก่อนล่วงหน้าว่าสมาชิกจะถามเรื่องอะไร บังเอิญรัฐมนตรีท่านนั้นไม่รู้ หรือไม่ทราบเรื่องมาก่อน ก็อาจจะไม่อยู่และไม่พร้อม ก็เป็นไปได้ ตามปกติแต่โดยทั่วไปเขาก็มาตอบกระทู้

นายชวนยังกล่าวถึงเรื่ององค์ประชุมที่อาจจะมีปัญหาว่า เกือบ 3 ปีที่ผ่านมา ในการประชุมระดับรัฐสภาไม่มีครั้งไหนที่องค์ประชุมไม่ครบ มีเพียงการประชุมร่วมครั้งสุดท้ายสมัยที่แล้วที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ ซึ่งยังไม่มีการลงมติ แต่แนวโน้มองค์ประชุมจะไม่ครบ เพราะไม่มีใครรู้ว่าการอภิปรายจะจบเมื่อไหร่ เนื่องจากมีผู้อภิปรายกว่า 70 คน ถือว่ามากเป็นประวัติศาสตร์ จึงทำให้มีปัญหาขึ้นมา และเมื่อดูแล้วคนในห้องก็ไม่อยากกดบัตรแสดงตนประชุม เพราะเขาไม่อยากประชุม จึงสั่งปิดประชุมไป และมาลงมติเมื่อการประชุมร่วมเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

นายชวนกล่าวว่า ในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรก็มีปัญหา แต่ไม่มากเกินไป จะมีในลักษณะถ้ามีการอภิปรายยึดเยื้อและมีทีท่าว่าสมาชิกจะอยู่ไม่ครบ จึงได้มาตกลงเมื่อการประชุมร่วม 3 ฝ่ายว่าให้จัดสัดส่วนการอภิปรายตามจำนวน ส.ส. เช่น พรรคเพื่อไทยมีเสียงมากก็มีสิทธิอภิปรายมาก ซึ่งในอดีตก็มีการทำแบบนี้ แต่ช่วงหลังเปิดโอกาสให้ทุกคน แต่ก็เป็นหน้าที่ของเขาต้องอภิปราย เพราะสภาเป็นที่อภิปราย แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะพูดได้ทุกเรื่องจนกินเวลาคนอื่น เพราะเวลามีค่า ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความเบื่อหน่ายในหมู่สมาชิกส่วนหนึ่งที่มาเล่าให้ฟัง จึงได้บอกไปว่าถ้าอย่างนั้นจะมาหารือกันว่าในการอภิปรายกฎหมายแต่ละฉบับควรกำหนดเวลา แต่เรื่องนี้เคยมีการประสานกันไว้แล้วในสมัยประชุมก่อนๆ ว่าแต่ละเรื่องไม่ควรเกินกี่ชั่วโมง เช่น อภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี

“เรื่ององค์ประชุมโดยหลักแล้วทุกคนต้องร่วมมือกัน แต่ในระบบนี้ซึ่งผมพูดมาตลอด ไม่ว่าเป็น ส.ส.มากี่สมัยก็เป็นหน้าที่ของ ส.ส. แต่ในระบบนี้รัฐบาลอยู่ได้ด้วยเสียงข้างมาก เพราะถ้าไม่ใช่เสียงข้างมากก็เป็นรัฐบาลไม่ได้ ฉะนั้น รัฐบาลต้องเป็นหลักมีหน้าที่รักษาองค์ประชุม ส.ส.รัฐบาลก็จะมีน้ำหนักพิเศษกว่า ส.ส.ทั่วไป ถือว่าเป็นภารกิจจะต้องทำและอย่าไปโยนให้วิป เพราะวิปเป็นเพียงผู้ควบคุมเสียง ไม่ใช่คนที่จะบอกว่าให้คะแนนครบ หรือไม่ครบ

Advertisement

“ดังนั้น เสียงจะครบหรือไม่อยู่ที่สมาชิกรับผิดชอบ และพรรคการเมืองต้องดูแลคนของตนเอง รวมทั้งพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ผมก็เตือนว่าเป็นรัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบต่อเสียง ไม่ใช่ขาดประชุมแล้วไปโยนให้คนอื่น มันไม่ได้” นายชวนกล่าว