‘ไพบูลย์’ลั่นเอาจริง ขู่ฟ้อง’มส.-พศ.’ถ้าไม่จัดการคดี’ธัมมชโย’

9.02.16 | 10:23 น.

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และ นพ.มโน เลาหวณิช อดีตกรรมการ ปฏิรูปแนวทางฯ แถลงว่า ขอฝากไปถึงสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ในฐานะประธานกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ที่จะมีการประชุมในวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อพิจารณาหนังสือของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ให้ดำเนินการให้พระธัมมชโย ต้องอาบัติปาราชิก ตามลิขิตของสมเด็จ พระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ที่มีมติของ มส.รับรองแล้ว

นายไพบูลย์กล่าวว่า พระลิขิตลงวันที่ 10 พฤษภาคม 2542 มีเนื้อหาเป็นที่เข้าใจว่า พระธัมมชโยเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไปแล้ว และ มส.ได้มีมติสนองพระดำริมาโดยตลอด ให้ชอบด้วยกฎหมายพระธรรมวินัยและกฎของ มส. และยังส่งเรื่องให้ฝ่ายสังฆการดำเนินการตามมติ มส. ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงมีพระบัญชาและพระประสงค์ให้ดำเนินตามกฎของ มส. ฉบับที่ 21 (พ.ศ.2538) ว่าด้วยให้พระภิกษุสละสมณเพศข้อ 4 ซึ่งบัญญัติว่า “มส.มีอำนาจวินิจฉัยให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศได้ ทั้งนี้ ไม่กระทบต่อการพิจารณาวินิจฉัยการลงนิคหกรรมที่กำลังดำเนินการอยู่ไม่ว่าในชั้นใดๆ” และข้อ 5 ยังระบุว่า “คำวินิจฉัยให้พระภิกษุสละสมณเพศตามข้อ 3 หรือข้อ 4 ให้เป็นอันถึงที่สุด”

“ดังนั้น เมื่อมีพระลิขิตที่สมเด็จพระสังฆราช ที่ทรงใช้อำนาจในฐานะสกลมหาสังฆปริณายกและประธานกรรมการ มส. และได้นำเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุม มส.และได้มีมติเห็นชอบแล้ว จึงมีผลตามกฎของ มส. ฉบับที่ 21 (พ.ศ.2538) มาตรา 4 วรรคท้าย ให้อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายต้องสละ สมณเพศ และตามข้อ 5 คำวินิจฉัยตามข้อ 3 หรือข้อ 4 ให้เป็นอันถึงที่สุด ทั้งนี้ หาก มส.และสำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) ไม่ดำเนินการหรือมีการบ่ายเบี่ยงในฐานะหน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ อาจจะถูกกล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และอาจถูกข้อครหาว่าเป็นการช่วยเหลือให้การสนับสนุนคุ้มครองพระธัมมชโย” นายไพบูลย์กล่าว และว่า ขอเรียกร้องให้ทำตามกฎหมายที่บัญญัติ โดยจากนี้ไปจะติดตามว่า มีการปฏิบัติตามหรือไม่ ไม่เช่นนั้นจะเป็นผู้กล่าวหาเอง

ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จ.นครปฐม นายชยพล พงษ์สีดา รองผู้อำนวยการ พศ. เปิดเผยภายหลังการหารือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และผู้แทนมหาเถรสมาคม (มส.) 2 รูป ว่า เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้เข้าพบผู้แทน มส. และ พศ.เพื่อมาทำความเข้าใจเรื่องพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช พร้อมทั้งขอความรู้เรื่องพระธรรมวินัยจากผู้แทน มส. ทั้งในข้อแตกต่างระหว่างกฎหมายบ้านเมืองและ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ฉบับแก้ไข พ.ศ.2535 ว่ามีข้อแตกต่างกันอย่างไรบ้าง จากการหารือทำให้มีความเข้าใจที่ตรงกันมากขึ้น ทั้งเรื่องข้อกฎหมายต่างๆ และต้องนำเอกสารอ้างอิงอะไรบ้างไปชี้แจงกับดีเอส