ม็อบนัด 14 พ.ย. อนุสาวรีย์ปชต.-น.ศ.รัฐศาสตร์ 7 สถาบันไม่เห็นด้วยคำวินิจฉัยคดีล้มล้าง “จรัญ” ชี้ผูกพันแค่รุ้ง-ไมค์-อานนท์
เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติว่าการกระทำและพฤติกรรมของผู้ถูกร้อง 1-3 คือ นายอานนท์ นำภา นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง ในการชุมนุมปราศรัยในวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มีเจตนาซ่อนเร้น เซาะกร่อนบ่อนทำลาย เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพมุ่งล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงสั่งการให้ผู้ถูกร้องที่ 1-3 และเครือข่ายเลิกการกระทำดังกล่าวนั้น
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่บริเวณหน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก มวลชนกลุ่มปฏิรูปสถาบัน เเละกลุ่มราษฎรเอ้ย ทยอยมาร่วมชุมนุมเเละอภิปรายหัวข้อ ปฏิรูปไม่ได้แปลว่าล้มล้าง ทั้งนี้ น.ส.วรรณวลี ธรรมสัตยา หรือตี้ พะเยา นายกฤษพล ศิริกิตติกุล โจเซฟ และอดีตแกนนำ
กลุ่ม นปช. อาทิ เอม ลายดอก สลับกันปราศรัย เนื้อหาเป็นการยืนยันข้อเรียกร้องการปฏิรูปสถาบัน โดยย้ำว่าไม่ใช่การล้มล้างการปกครอง และวิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเปรียบเทียบการรัฐประหารที่ผ่านมาว่าเป็นการล้มล้างการปกครองหรือไม่ รวมทั้งรณรงค์ให้ตรวจสอบบุคคลในกระบวนการยุติธรรม
จากนั้นมีการนัดชุมนุมใหญ่วันที่ 14 พฤศจิกายน เวลา 15.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน และจะเคลื่อนขบวนไปยังสนามหลวง
รายงานข่าวแจ้งว่า 7 องค์กรนิสิตนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์จาก 7 มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย คณะกรรมการนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, องค์กรนิสิตรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, สโมสรนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ชมรมรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, สโมสรนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และชุมนุมรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ สโมสรนิสิตคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ออกแถลงการณ์ร่วม แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และขอยืนหยัดว่าข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันทั้ง 10 ข้อนั้น มิได้เป็นการล้มล้างการปกครองแต่อย่างใด หากแต่กระทำไปเพื่อผลประโยชน์ของชาติในการปฏิรูปให้สอดคล้องตามเจตนารมณ์ในมาตรา 3 แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560
นายจรัญ ภักดีธนากุล ผู้อำนวยการหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณทิต มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวแสดงความเห็นกรณีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีล้มล้างการปกครอง ระหว่างบรรยายพิเศษให้กับนักศึกษาหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) รุ่นที่ 12 ที่สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดขึ้นตอนหนึ่ง ว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ดังกล่าวเชื่อว่าต้องการจะออกมาเตือน ป้องปรามว่าการกระทำของกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวไม่มีขอบเขต ผิดกฎหมายและมีความผิดระดับร้ายแรง เพราะหากถือตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ถือว่าร้ายแรงมาก จึงเหมือนอยากจะให้ถอยกันให้หมด
“คำวินิจฉัยชัดเจนว่ามีผลเฉพาะคนที่ทำผิดคือผู้ถูกร้องทั้ง 3 คนเท่านั้น ไม่มีผลผูกพันคนอื่น แต่ยอมรับว่าอาจจะมีคนตกใจโดยเฉพาะกลุ่มเครือข่ายที่เคยสนับสนุน เพราะที่ผ่านมาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร แต่ครั้งนี้คำวินิจฉัยถูกแยกออกเป็นสองส่วน คือคำวินิจฉัยที่เป็นประเด็นโดยตรง และคำวินิจฉัยที่มีการนำประเด็นต่างๆ มาขยายเหตุผลว่าศาลได้ผ่านกระบวนการความคิดประมวลมาต่างๆ จึงนำมาแสดงเหมือนชักแม่น้ำทั้ง 5 มาให้ประชาชนได้ทราบ เพราะศาลยึดหลักมาโดยตลอดว่าศาลจะไม่ชี้แจงหลังการพิจารณา ดังนั้นเหตุผลที่เป็นองค์ประกอบจึงไม่มีผลผูกพัน” นายจรัญกล่าว
นายจรัญกล่าวว่า ก่อนหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัย มีสื่อมวลชนมาสัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นการเสนอแก้มาตรา 112 ซึ่งตนไม่เห็นด้วยที่จะยกเลิกและแก้ไข ซึ่งบังเอิญว่าสอดคล้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับศาลรัฐธรรมนูญ และยอมรับว่า ถูกขู่ เช่นกัน แต่ขอบอกเลยว่าไม่มีใครเขากลัวคำขู่ คนทำงานมาถึงขนาดนี้พร้อมที่จะตายได้ทุกวัน เพราะตอนนี้อยู่ก็ถือเป็นกำไร แต่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญคือของจริง ไม่ใช่คำขู่
“จากการวิเคราะห์คำวินิจฉัยดังกล่าว ท่านต้องการปรามเพราะไม่ต้องการให้ลุกลามไปมากกว่านี้ เพราะถ้าคุณไม่พอใจรัฐบาล คุณก็โค่นล้มรัฐบาลไป ไม่เกี่ยวข้องกับองค์พระประมุขของชาติ ดังนั้น ขออย่าตกใจ และผมให้มั่นใจว่าคนในวงการตุลาการจะไม่บ้าจี้ให้เกิดความรุนแรงทางใดทางหนึ่ง แต่ท่านจะพยายามประคับประคอง และมั่นใจว่าเมื่อคำตัดสินออกมาแบบนี้เหตุการณ์จะสงบขึ้น” นายจรัญกล่าว

