09.00 INDEX การเสาะหา เวที ทางการเมือง แก้วิกฤต จากปม รัฐธรรมนูญ

14.11.21 | 08:01 น.

09.00 INDEX การเสาะหา เวที ทางการเมือง แก้วิกฤต จากปม รัฐธรรมนูญ

หากคำประกาศชุมนุมใหญ่ของ “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย คือการเดินหน้าเข้าปะทะกับคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

การบรรจุร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เข้าสู่ระเบียบวาระของที่ประชุมรัฐสภาในวันที่ 16 พฤศจิกายน คือการ พยายามอย่างยิ่งยวดจาก 2 ฝ่ายประสานเข้าด้วยกัน

1 คือความพยายามของคณะที่เรียกตนเองว่า “รี-โซลูชั่น” 1 คือความพยายามของรัฐสภาในการเปิดเวที “กลาง” ทางการเมือง

ประเด็นอยู่ที่ว่าสมาชิกรัฐสภาไม่ว่าจะมาจาก 250 ส.ว.ไม่ว่าจะมาจาก 500 ส.ส.จะกำหนดท่าทีและตัดสินใจเลือกอย่างไรจึงจะ สามารถสร้าง “พื้นที่” ทางการเมืองขึ้นมาในท่ามกลางความขัดแย้ง

ความขัดแย้งอันมีรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เป็นตัวปัญหา ความ ขัดแย้งอันมีจุดเริ่มตั้งแต่ก่อนและหลังรัฐประหาร 2 ครั้ง

Advertisement

รัฐประหารเมื่อปี 2549 รัฐประหารเมื่อปี 2557

คำประกาศอาจรัฐประหารเพื่อแก้ไขปัญหา แต่ะความจริงเด่น ชัดยิ่งว่ากลับกลายเป็นรัฐประหารเพื่อ “สร้าง” และนำมาซึ่ง “ปัญหา”

แม้จะยังไม่มีท่าทีอันเด่นชัดมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่หาก ติดตามท่าทีของสมาชิกวุฒิสภาไม่ว่าจะเป็น นายเสรี สุวรรณภานนท์ ไม่ว่าจะเป็น นายกิตติศักดิ์ รัตนะวราหะ มีความเด่นชัด

เด่นชัดว่าจะปฏิเสธต่อร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอเข้ามาอย่างชนิดผีไม่ยอมเผา เงาไม่ยอมเหยียบ

เพียงเพราะว่าร่างนี้ต้องการ “สภาเดี่ยว” ปฏิเสธบทบาท ส.ว.

เป็นการปฏิเสธโดยไม่สนใจต่อจำนวนผู้ร่วมลงชื่อกว่า 1 แสนคน เป็นการปฏิเสธโดยไม่สนใจต่อคำชี้แจงไม่ว่าจะมาจาก นายปิยบุตร แสงกนกกุล ไม่ว่าจะมาจาก นายพริษฐ์ วัชรสินธุ

นี่คือเค้าลางที่ไม่เป็นคุณก่อนที่การลงมติในที่ประชุมรัฐสภา ณ

วาระที่ 1 ในที่ประชุมรัฐสภาจะบังเกิดขึ้นจริง

ไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าผลของการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอ โดยประชาชนจะนำไปสู่ปัญหาอย่างไรในทางการเมือง การชุมนุม ณ วันที่ 14 พฤศจิกายน ก็จะเป็นอุทาหรณ์หนึ่งความขัดแย้ง

เป็นการสำแดงออกตั้งแต่จังหวะก้าวแรกหลังยุบพรรคอนาคต ใหม่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 และต่อเนื่องมาถึง ณ ปัจจุบันโดยไม่มีเค้าลางแห่งความสนใจอย่างเพียงพอ

โดยยังไม่มีพื้นที่และเวทีกลางใดที่จะจัดการปัญหาได้ราบรื่น