บิ๊กตู่ แนะ รัฐวิสาหกิจ ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์เปิดข้อมูลตรวจสอบได้ยัน รัฐบาล ไม่ใจร้าย แต่ไม่เห็นด้วยแจกเงินแก้ปัญหาหวังได้ใจ บอก ไม่โชว์โง่เข็นนโยบาย 4.0
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 กันยายน ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานมอบนโยบายในการสัมมนาเสริมสร้างความรู้และธรรมาภิบาลของกรรมการรัฐวิสาหกิจ โดยระบุช่วงหนึ่งว่า
วันนี้ที่ตนเข้ามาทำงานเพราะหลายอย่างติดขัด ซึ่งเราจะต้องไม่ลืมกฎหมายหลักและกฎหมายเดิม ไม่ใช่อยู่ๆจะไปยกเลิกอย่างเรื่องของเศรษฐกิจเราโชคดีที่มีฝ่ายบริหารที่มีความรู้ความสามารถ แต่ทั้งหมดต้องอาศัยความร่วมมือกับทุกฝ่ายรวมทั้งรัฐวิสาหกิจที่เป็นตัวหลักสำคัญ วันนี้เราประเมินเศรษฐกิจว่าจะอยู่ที่ร้อยละ3 ขึ้นไป มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประชาชนมีส่วนที่จะช่วยทำให้จีดีพีของเราขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ต้องคิดเสมอว่าเราทำงานเพื่อคน 70 ล้านคนไม่ใช่แค่องค์กรเพียงอย่างเดียว
“รัฐบาลไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวว่าจะต้องดูแลเฉพาะคนกลุ่มนี้ ไม่มีนโยบายที่จะต้องหาเงินมาส่งให้กับรัฐบาล ถ้ามีให้มาบอกผม อย่าให้ใครมาอ้างผมไม่เคยพูดเรื่องผลประโยชน์กับใคร แต่ถ้าใครมีส่วนเกี่ยวข้องต้องว่ากันตามกระบวนการยุติธรรม ถ้าเศรษฐกิจขยายตัวอย่างต่อเนื่องบ้านเมืองสงบเรียบร้อยมีเสถียรภาพประเทศก็จะเดินหน้าไปได้ แต่มีหลายคนระบุว่า การเข้ามาของผมเหมือนเป็นการบังคับมีการใช้อำนาจทางปกครองในเชิงบังคับ ผมไปบังคับให้ทุกคนอยากมีความสุข หรือไปบังคับให้บ้านเมืองสงบ เรื่องแบบนี้อยู่ที่ใจของคน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้บทบาทรัฐวิสาหกิจทั้งหมด 55 แห่ง ต้องปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ การแข่งขันที่เป็นธรรม ไม่เช่นนั้นจะลงทุนอะไรกันไม่ได้บางโครงการมีนโยบายตั้งแต่ราวปี 2540 เพิ่งจะมาทำได้ไม่นานนี้ อย่างรถเมล์ ประมูลมากี่ครั้งก็ล้มหมด ประชาชนเขารำคาญ ส่วนรถไฟ เดี๋ยวเช่าเดี๋ยวซื้อ จะเอาอะไรก็เอาสักอย่างให้ถูกต้องและเร็วขึ้น ซึ่งตนได้สั่งการและมอบนโยบาย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี หารือรัฐมนตรีเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องไปแล้ว เพราะการบริการสาธารณะถือเป็นเรื่องสำคัญ พร้อมกันนี้ต้องทำให้ทรัพย์สินเหล่านั้นมีมูลค่าเพิ่ม ถ้าติดกฎหมายก็ต้องพิจารณาแก้ให้ทันสมัยดังนั้นต้องทบทวนสร้างมูลค่าเพิ่มให้ทรัพย์สินของประเทศสามารถบริหารจัดการหนี้ของรัฐบาล และวิสาหกิจที่มีอยู่ในปัจจุบันและในอนาคตให้เกิดความโปร่งใส มีประสิทธิภาพลดภาระการเงินการคลังของประเทศ
นายกฯ กล่าวว่า ปัจจุบันการค้าการลุงทุนในประเทศมีอัตราเพิ่มขึ้นมากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากภาครัฐและเอกชนร่วมมือกัน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลา 2 ปีหากปล่อยไว้ไม่ร่วมมือจะล้มละลายทั้งประเทศตัวเลขหนี้สาธารณะจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเป็นหนี้ที่ไม่มีมูลค่า แล้วใช้นโยบายช่วยเหลือบรรเทา ตรงนี้ได้ใจได้ความรู้สึก แต่ตนไม่คิดอย่างนั้น หลายคนอาจมองว่ารัฐบาลนี้ใจร้ายยืนยันไม่เคยใจร้าย แต่ต้องรู้จักใช้งบประมาณให้คุ้มค่า
นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนโยบายประเทศ 4.0 ที่ได้พูดปากจะฉีกถึงหู แต่หลายคนยังถามว่าคืออะไร คือเขาไม่เชื่อมั่นว่าตนจะรู้เรื่องหรือเปล่าทำนองนั้น ทั้งนี้ตนได้ปรึกษาผู้รู้ รับทราบซึมซับมา บวกกับอ่านหนังสือวิชาการ สามารถประมวลเองได้ เพราะไม่ได้โง่ อยากถามว่าวันนี้ดีกว่าเดิมไหมในการที่ตนเป็นทหารมายืนตรงนี้ ขออย่าเทียบกันไปมา ให้ดูที่ผลงาน อย่าใช้ความรู้สึก
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าวันนี้ต้องสนับสนุนการเปิดเผยข้อมูลของรัฐวิสาหกิจให้มีกลไกตรวจสอบ ถ่วงดุลอำนาจและหว่างผู้เกี่ยวข้อง ที่ผ่านมาชอบคิดอะไรคนเดียว ออกคนเดียว ขณะที่รัฐบาลสั่งการใช้กฎหมายก็ทำให้ขัดแย้งอยู่ร่ำไป ฉะนั้นอยู่ที่การชี้แจง และวันนี้ได้ให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรฯไปชี้แจงเพิ่มเติม ให้คนเข้าใจเรื่องน้ำท่วมไม่ท่วมต้องตอบให้ชัดเจน สินค้าการเกษตรวันนี้ต้องควบคุมทั้งหมด ไม้เช่นนั้นธกส. ธนาคารออมสินก็เดือดร้อนอีก วันนี้ตนก็หนักใจในการดูแลข้าราชการ ที่บางคนไม่มีส่วนแต่อยู่ในกระบวนการทำงาน จึงต้องมีการตรวจสอบไปด้วย

