โฆษกศาลปค.เผย ให้อำนาจ ป.ป.ช.ชี้โทษวินัย อาจเกิดการลักลั่น

30.09.16 | 17:49 น.

เมื่อวันที่ 30 กันยายน นายสมชาย งามวงศ์ชน ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด ในฐานะโฆษกศาลปกครอง กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ป.ป.ช.มีอำนาจพิจารณาเฉพาะคดีทุจริต โดยไม่รวมคดีวินัยข้าราชการตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดนั้นถูกต้องหรือไม่ ว่า เรื่องดังกล่าวมีการถกเถียงกันมาตลอด แต่ขณะนี้เมื่อมีการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว หากมีคำพิพากษาออกมาจะมีผลผูกพันทุกองค์กร และป.ป.ช.เองยังได้ยื่นต่อศาลปกครองให้รื้อคดีใหม่จากคดีที่ศาลปกครองสูงสุดเคยมีคำพิพากษาว่า ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจพิจารณาคดีที่ไม่ใช่คดีทุจริต ศาลปกครองกลางได้รับวินิจฉัยในประเด็นนี้ไว้แล้ว จึงขอไม่ออกความเห็นเพราะจะกลายเป็นการก้าวล่วงการวินิจฉัย แต่ส่วนตัวอยากให้ข้อสังเกตว่า ถ้ามีข้าราชการกระทำต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือการยุติธรรมแล้วมีการส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.สอบและมีคำวินิจฉัยสามารถชี้ได้2อย่างในทางอาญา จะต้องให้อัยการสูงสุดฟ้องต่อศาล ตรงนี้ผู้ถูกกล่าวหายังมีโอกาสสู้คดีพิสูจน์ความจริงในชั้นศาล แต่ในทางวินัยเมื่อชี้แล้วไม่สามารถทำอะไรได้เลยต้องถูกไล่ออกแล้วจะเป็นอย่างไร จะเกิดคำถามว่าเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่ มองว่าการชี้มูลโดยไม่สามารถโต้แย้งได้จะเกิดการลักลั่นขึ้นมาได้ คนๆหนึ่งทำความผิดเหมือนกันแต่การสอบและการแสวงหาความจริงแตกต่างกัน ผลที่ออกมาย่อมแตกต่างกันได้

“เรื่องนี้เป็นปัญหาเหมือนกัน ถ้าในคดีวินัยเขาโดนป.ป.ช.ชี้มูลหน่วยงานต้นสังกัดไล่ออกจากราชการไปแล้ว แต่ต่อมาในคดีฟ้องอาญาผู้ถูกกล่าวหาเขาชนะศาลยกฟ้อง ถามว่าแล้วจะทำยังไงเพราะชีวิตราชการจบแล้วโดนไล่ออก จะอุทธรณ์กับใครก็ไม่ได้”นายสมชาย กล่าว