หน้าแรก การเมือง บิ๊กตู่ นำคณะ...

บิ๊กตู่ นำคณะสวมเสื้อปาเต๊ะ​ ถก ครม.สัญจร พิจารณามาตรการ​กระตุ้นท่องเที่ยว​ 6​ จว.อันดามัน

16.11.21 | 09:51 น.

‘บิ๊กตู่-ครม.’ สวมเสื้อปาเต๊ะ​ลมหายใจกระบี่สีเหลือง นำถก ครม.สัญจร กระบี่พิจารณามาตรการ​กระตุ้นท่องเที่ยว​ 6​ จังหวัดอันดามัน​ รปภ.เข้มหวั่นกลุ่มต้านบุกป่วน

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 16 พฤศจิกายน ที่โรงแรมโซฟิเทล กระบี่ โภคีธรา กอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ท ต.หนองทะเล อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรนอกสถานที่​ จ.กระบี่​ ครั้งแรกหลังเปิดประเทศ​ ซึ่งเมื่อมาถึงนายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมนิทรรศการกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันที่กลุ่มชาวบ้านได้นำสินค้าพื้นเมือง อาทิ การแปรรูปกาแฟเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอ

ก่อนการประชุม เวลา 09.00 น.ที่ห้องประชุมโภคีธรา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ ฝั่งอันดามัน (กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง และสตูล) จากนั้นเวลา 11.00 น. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2564

โดยวันเดียวกันนี้ นายกรัฐมนตรีและ ครม.​ได้สวมเสื้อปาเต๊ะ​สีเหลือง​ ลวดลายลมหายใจกระบี่ เน้นอัตลักษณ์ลวดลายผ้าพื้นเมืองกระบี่จากพื้นถิ่นสู่ความร่วมสมัย​ ขณะที่​คณะทำงานได้สวมใส่เสื้อเสื้อปาเต๊ะ​สีฟ้า​และสีอื่นๆ​ สลับกันไป​ ซึ่งเป็นการสนับสนุนการพัฒนาผ้าพื้นถิ่นจังหวัดกระบี่

ทั้งนี้ ก่อนการประชุมนายกรัฐมนตรีไม่ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับกรณีกลุ่มสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ที่นัดทำกิจกรรมคาร์ม็อบและจะเคลื่อนขบวนรถบรรทุกในถนน 4 สายหลัก เพื่อมาชุมนุมบริเวณหน้ากระทรวงพลังงานในวันเดียวกันนี้

สำหรับบรรยากาศการรักษาความปลอดภัยเป็นไปด้วยความเข้มงวด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านตรวจค้นรถจักรยานยนต์​ต้องสงสัย ทุกคนต้องติดบัตรแสดงตนต้นสังกัด รวมทั้งการแสดงการผ่านการคัดกรองโรคอย่างชัดเจน โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในบริเวณโดยรอบสถานที่จัดการประชุม ครม.สัญจร หลังจากที่วานนี้ (15 พ.ย.) มีกลุ่มกระบี่ไม่ทนนัดเคลื่อนไหวชุมนุม​ ต่อต้านรัฐบาล​และนายกรัฐมนตรี​ ในสถานที่ที่นายกรัฐมนตรีและคณะลงพื้นที่​ อย่างไรก็ตาม​ ยังไม่พบกลุ่มเคลื่อนไหวผู้แฝงตัวเข้ามาบริเวณโดยรอบพื้นที่จัดการประชุมแต่อย่างใด

Advertisement

การประชุมในวันเดียวกันนี้ นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และในฐานะที่ปรึกษาและกรรมการคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้เข้าร่วมการประชุม เนื่องจากนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ดูแลความเรียบร้อยในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่จะมีวาระการประชุมเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนวาระแรก ซึ่งจะมีการลงมติว่าจะรับหลักการ หรือไม่รับหลักการ

ขณะที่วาระการประชุมที่น่าสนใจในวันนี้ จะมีการพิจารณา​วาระสำคัญในหลายเรื่อง​ ทั้งการขอรับการจัดสรรงบประมาณในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน​ (กระบี่ พังงา ภูเก็ต ตรัง ระนอง และสตูล) รวมแล้วหลายหมื่นล้านบาท ประกอบด้วย โครงการชุดลอกร่องน้ำกันตัง จังหวัดตรัง​ โครงการก่อสร้างสนามบินนานาชาติ จังหวัดพังงา​ โครงการพัฒนาท่าเรือสำราญเกาะคอเขา​โครงการรถไฟรางเบางบฯ 3.45 หมื่นล้าน จังหวัดภูเก็ต​ โครงการท่าอากาศยานสตูล 4,133 ล้านบาท​ โครงการพัฒนาร่องน้ำเศรษฐกิจในจังหวัดสตูล​ โครงการยกระดับและพัฒนาศักยภาพศูนย์สั่งการและระบบการแพทย์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน งบประมาณ 691,559,600 บาท

โครงการปรับปรุงท่าเทียบเรือโดยสาร-ท่องเที่ยวปากคลองจิหลาด รองรับการเข้าถึงระบบขนส่งอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมตามมาตรฐานสากล (Friendly Design) งบประมาณ 35,000,000 บาท​ โครงการกิจกรรมเทศกาลการท่องเที่ยว (Festival) และกิจกรรมกีฬาเชิงการท่องเที่ยว (Sports Event) เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดกระบี่ 2565-2567 งบประมาณ 31,000,000 บาทโครงการส่งเสริมการเลี้ยงแพะ และแปรรูปผลิตภัณฑ์แบบครบวงจรตามมาตรฐานอาหารฮาลาล งบประมาณ 591,134,600 บาท​ และโครงการพัฒนาการประมงในอ่าวพังงา (ภูเก็ต พังงา กระบี่) อย่างยั่งยืน (2566-2570) (Andaman Sustainable Fisheries Development Project, 2022-2026) (บ่อปลายักษ์) งบประมาณ 892,000,000 บาท

พร้อมกันนี้จะมีการพิจารณาแผนการแก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิด-19 เพิ่มเติม และ ครม.เตรียมเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจําพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ (ฉบับที่ …)  รวมถึงเห็นชอบร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมการต่ออายุบัตรอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยว และใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ พ.ศ. …

นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการนำ “ระนองโมเดล” เป็นต้นแบบ สร้างโอกาสทางการศึกษาเพื่อคนพิการ-ผู้ด้อยโอกาส เตรียมต่อยอดพัฒนาไปเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ