‘ส.ว.วันชัย’ ซัด คนเสนอแก้ รธน.ฉบับ ปชช. มองโลกสวยเกินจริง ด้าน ‘คำนูณ’ หวั่นเป็นระบอบเผด็จการโดยสภาผู้แทนฯ

16.11.21 | 15:22 น.

“ส.ว.วันชัย” ซัด คนเสนอแก้ รธน.ฉบับ ปชช. มองโลกสวยเกินจริง เสนอแก้จากความเกลียด-โกรธ-กลัว-เกิน ด้าน “คำนูณ” หวั่นกลายเป็นระบอบเผด็จการโดยสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 16 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. อภิปรายว่า รัฐธรรมนูญที่ผู้ร่างเสนอมา 1.รวมศูนย์อำนาจของประเทศไว้ที่สภาผู้แทนราษฎร โดยโอนอำนาจของรัฐสภาไว้ที่ ส.ส.ทั้งหมด ย่อๆ คือให้ ส.ส.เป็นใหญ่ในแผ่นดิน และ 2.ลดทอนความอิสระของศาล โดยมีบทบัญญัติข้อห้ามต่างๆ ทั้งการรณรงค์ขอชื่อจากประชาชนพุ่งเป้าไปที่ขอคนละชื่อรื้อระบอบประยุทธ์ การเสนอร่างดังกล่าวนั้นมาจาก 4ก. คือ 1.เกลียด คือเกลียด ส.ว. 2.โกรธ คือ โกรธศาลรัฐธรรมนูญที่ตัดสินคดีพรรคพวกตัวเอง 3.กลัว คือ กลัวยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนปฏิรูปประเทศ และ 4.เกิน โดยการเสนอร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวเกินจากความเป็นจริง พยายามล้างทุกอย่าง โดยท่านใช้คำว่าล้างมรดกที่สืบทอดกันมา

นายวันชัยกล่าวอีกว่า การเสนอร่างดังกล่าวมาจากชุดความคิด 2 ประการ คือ 1.คนที่มาจากการเลือกตั้งเป็นคนดีที่สุด ต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดินนี้ เป็นทุกสิ่งทุกอย่างในแผ่นดินนี้ และ 2.คนที่ทำปฏิวัติ รัฐประหารเป็นคนเลว ต้องล้มมล้างไปให้หมด ต้องปฏิเสธศาล ทุกภาคส่วนต้องลุกมาเหยียบย่ำ และปฏิเสธไปให้หมด ตนเห็นว่าผู้เสนอกฎหมายที่มาชี้แจงในวันนี้ท่านมองโลกด้านเดียว มุมเดียว มองโลกสวย มองบริบททางการเมืองแบบอุดมการณ์เกินจริง หรือโฆษณาเกินจริง ไม่ใช่บริบททางการเมืองที่เป็นจริงในขณะนี้ และการที่มองว่าผู้ที่มาจากการเลือกตั้งไม่ว่าจะองค์กรใด ผู้เสนอเห็นว่าดี เป็นใหญ่ได้ เพราะมาจากประชาชนจึงต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดินนี้ได้ ตนเห็นด้วยอย่างยิ่งที่คนที่มาจากการเลือกตั้งต้องเป็นใหญ่ แต่ท่านไม่ได้มองให้ครบถ้วนรอบด้านในบริบทสังคมไทยตอนนี้ว่ามันบริสุทธิ์ผุดผ่องดั่งทองอย่างที่ท่านวาดไว้หรือไม่

นายวันชัยกล่าวต่อว่า ท่านมาจากการเลือกตั้ง ย่อมรู้ว่าเบื้องหลังของคนที่ลงเลือกตั้งด้วยกันมาอย่างไร มีการพูดทั้งในและนอกสภาว่าคนนั้นมาจากอิทธิพล มาจากอำนาจ มาจากธุรกิจการเมือง ฯลฯ การใช้อำนาจของผู้ที่มาจากการเลือกตั้งทุกระดับก็มีให้เห็นทั้ง อบต. อบจ. เทศบาลเยอะมากที่มีการทุจริต ระดับรัฐมนตรีก็ติดคุกติดตารางกันมาก ปัจจุบันก็ยังติดคุกอยู่ ส่วนชุดความคิดที่ว่าคนที่มาจากการรัฐประหารต้องถูกเหยียบย่ำ แต่เรารู้เบื้องหลังหรือเราดูมูลเหตุของการปฏิวัติ รัฐประหารกันบ้างหรือไม่ สิ่งที่เราเห็นอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราเห็น ทำไมต้องปฏิวัติ ถ้าการเมืองเราเข้มแข็ง มีเสถียรภาพ ไม่มีการโกง หรือใช้อำนาจในกาแสวงหาประโยชน์ คณะทหารที่ไหนจะกล้าปฏิวัติ บ้านเราถ้าประชาชนไม่ยอมให้ปฏิวัติเพราะการเมืองเราดีก็ไม่มีทางที่จะทำได้ เราอยู่ได้เพราะประชาชน เพราะถ้า ส.ส.ที่มาจากประชาชนไม่เอาด้วย ส.ว.จะทำอะไรได้ คิดดูให้ดี

“ถ้าเราพิจารณากันทั้งข้อเท็จจริง และบริบททางการเมือง จะเห็นว่าการเสนอแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ ผู้เสนอมองไม่ครบวง มองไม่รอบด้าน และมองในมุมเดียว มันใช่ในเวลานี้หรือไม่ หรือสถานการณ์นี้หรือไม่ที่จะมาเสนอแก้รัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ผมเห็นว่าควรแก้แบบไร้อคติ เอาบริบททางการเมืองเป็นตัวตั้ง ท่านอาจบอกว่าเป็นวัคซีนชุด 1-2-3 แต่ไม่ใช่เสนอในสถานการณ์ที่บ้านเมืองเต็มไปด้วยโลภะ โมหะ โทสะ ผมจึงไม่อาจจะรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้” นายวันชัยกล่าว

Advertisement

จากนั้น นายคํานูณ สิทธิสมาน ส.ว. อภิปรายว่า ตนให้สมญาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่า ฉบับปฏิวัติ โดย 1.รวมศูนย์ คือรวมศูนย์อำนาจของประเทศไว้ที่สภาผู้แทนราษฎร 2.บั่นทอน คือ บั่นทอนการพิจารณาพิพากษาโดยศาล และบั่นทอนการถ่วงดุลอำนาจในศาลและองค์กรอิสระ และ 3.ควบคุม คือ ควบคุมงบประมาณ ทั้งการตั้งงบฯ และการใช้จ่ายงบฯ ควบคุมคน กำหนดโครงสร้างองค์กรศาล และองค์กรอิสระ ควบคุมการพิพากษา และควบคุมการถอดถอน ท่านพยายามบอกว่า ท่านออกแบบระบบตรวจสอบถ่วงดุลเอาไว้ โดยให้ฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาล คำถามคือ มันเพียงพอหรือไม่ แล้วเท่ากันหรือไม่ระหว่างการตรวจสอบถ่วงดุลในองค์กรเดียวกันระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล กับผู้ที่ถืออำนาจตรวจสอบถ่วงดุลที่อยู่ต่างองค์กรกัน อย่างเช่น มาตรการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมาไม่เคยทำได้สำเร็จ สุดท้ายแล้ว การแก้ปัญหาด้านเดียวจะเป็นการแก้ หรือเป็นการสร้างปัญหาขึ้นมาใหม่

“เรามุ่งแก้แต่เรื่องการทำรัฐประหาร แต่เราไม่พยายามมองไปถึงสาเหตุที่เกิดจากปัญหาการเมือง ที่บางครั้งก็เป็นการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร บางครั้งก็เป็นการเมืองที่เป็นพฤติกรรมของรัฐบาลในขณะนั้น บางครั้งก็เป็นการรวมศูนย์อำนาจทางเศรษฐกิจไว้ที่พรรคการเมืองเสียงข้างมากในสภา การแก้ปัญหาด้านเดียวจะนำไปสู่อะไร การมุ่งแก้ปัญหาการรัฐประหาร และผลพวงการรัฐประหารแต่ละเลยที่จะพูดถึงปัญหาทางการเมืองก่อนหน้านั้น สิ่งที่จะได้มาแทนที่คือระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อย่าวนั้นหรือ หรือเรียกว่าระบอบเผด็จการโดยสภาผู้แทนราษฎร เป็นสิ่งที่ต้องใคร่ครวญให้หนักก่อนตัดสอนใจโหวจ” นายคำนูณกล่าว