‘ปิยบุตร’ ยัน ร่างแก้ไขรธน.ของภาคปชช. ไม่ใช่ร่างฉบับปฏิวัติ แต่เป็นร่างฉบับปฏิรูป ย้อน ‘คำนูณ’ รธน. 60 ก็เป็นการรวมศูนย์อำนาจให้องค์กรที่ไม่ได้มาจากเลือกตั้ง.-บั่นทอนอำนาจสภาผู้แทนฯ-อำนาจปชต.
เมื่อเวลา 15.45 น.วันที่ 16 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พุทธศักราช … ยกเลิกมาตรา 65 แก้ไขเพิ่มเติมหมวด 7 มาตรา 159 วรรคแรก เพิ่มมาตรา 193/1 มาตรา 193/2 แก้ไขเพิ่มเติมหมวด 11 หมวด 12 มาตรา 256 หมวด 16 ยกเลิกมาตรา 269 มาตรา 270 มาตรา 271 มาตรา 272 และมาตรา 279 โดย นายปิยบุตร แสงกนกกุล ในฐานะผู้เสนอร่างฯ ชี้แจงว่า ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ไม่ใช่ฉบับปฏิวัติอย่างที่ท่านได้ตั้งข้อสังเกตไว้ เพราะการปฏิวัติคือการต้องล้มรัฐธรรมนูยทิ้งไปทั้งฉบับโดยไม่มีเค้าร่างเดิม แต่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้คือ การปฏิรูป เราไม่ได้ทำลายรัฐธรรมนูญทิ้ง แต่แก้ไขบางมาตราที่เป็นปัญหาจากรัฐธรรมนูญ 60 ปรเะเทศไทยยังเป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแบบเดิม
ประการต่อมา ที่ท่านตั้งข้อสังเกตุว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีเนื้อหาที่เป็นการบั่นทอนความเป็นอิสระของศาลนั้น ตนขอชี้แจงว่า กรณีที่เราเขียนเอาไว้ว่า ห้ามศาลใดๆก็ตามรับรองรัฐประหารนั้น ก็เพื่อให้ศาลมีบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญนี้ไปใช้อ้างในการวินัจฉัย และพิพากษาคดี และไม่รองรับการรัฐประหารอีกแล้ว ตรงนี้ไม่ใช่การละเมิดความเป็นอิสระของตุลาการเลยตรงกันช้ามจะทำให้ศาลสูงเด่นขึ้นไปอีกในฐานะองค์กรที่ปกป้องประชาธิปไตย และต่อต้านรัฐประหาร ส่วนประเด็นที่เราเขียนไว้โดห้ามศาลเข้าไปขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น คือ ศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจที่รับมาจากรัฐธรรมนูญ
ดังนั้น ถ้าไม่มีรัฐธรรมนูญก็ไม่มีศาลรัฐธรรมนูญ แต่อำนาจแก้รัฐธรรมนูญนั้นใหญ่กว่าอำนาจที่รับมาจากรัฐธรรมนูญ เราเรียกว่าอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ แต่เราดันไปเขียนในรัฐธรรมนูญ 60 ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญเขามาตรวจสอบการแก้รัฐธรรมนูญ ตรงนี้กระทบระหว่างการถ่วงดุลอำนาจ เราจึงต้องจัดการเรื่องการสมดุลอำนาจกัน ขณะที่ประเด็นเรื่องการถอดถอนที่หลายฝ่ายมีความกังวลใจนั้น ตนเรียนว่า รูปแบบการถอดถอนที่พวกตนยกมานั้นยมาจากรัฐธรรมนูญปี 40 แต่รัฐธรรมนูญ 60 มาเลิกตรงนี้ไป กลไกต่างๆไม่ได้เปลี่ยนากรัฐธรรมนูญ 40 เพียงแต่เปลี่ยนคนถอดถอนจาก ส.ว. มาเป็นส.ส. เพราะร่างของเราจะไม่มีวุฒิสภาแล้ว
นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า ต่อมาเรื่องของการควบคุมทีท่านห่วงว่าจะมีการเ้าไปควบคุมงบประมาณ คน และคำพิพากษา ฯลฯ นั้น การอนุมัติงบเป็นเรื่งอของสภา การบริหารงบฯเป็นเรื่องของฝ่าบบริหาร ส.ส. ส.ว. ไม่ใช่เรื่องของศาล เราเพิ่งเอาความคิดนี้เข้ามาตอยรัฐธรรมนูญปี 60 ทีแบบนี้เราไม่บอกบ างหรือว่า ศาล หรือองค์กรอิสระเข้ามายุงงานของนิติบัญญัติ หรือฝ่ายบริหาร หน่วยรับงบประมาณต่างๆในประเทศนี้ไม่มีหน่วยไงที่มีอภิสิทธิเหมือนศาล และองค์กรอิสระ ถูกตัดก็ต้องยอมถูกตัด แต่ทำไมศาล และองค์กรอิสระกลับได้รับข้อยกเว้นนี้ พวกตนเห็นว่าไม่ควรไปเพิ่มอภิสิทธิ์ให้เท่านั้น ส่วนการควบคุมคนและที่มาต่างๆนี่คือหลักการถ่วงดุล เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีเสียงจข้างมากฝ่ายไหนยึดศาล และองค์กรอิสระได้อีกต่อไป แต่มาจากการแบ่งสรรปันส่วนที่ยุติธรรมที่สุด
นี่เป็นหลักการสากลจากทั่วโลก เพื่อให้เกิดความชอบธรรมในทางประชาธิปไตย ท่านทำราวกับว่า หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประเทศนี้จะไม่มีกระบวนการมาตรวจสอบนักการเมือง ตนเห็นตรงกันข้าม รัฐธรรมนูญไทยคือรัฐธรรมนูญที่ตรวจสอบนักการเมืองติดอันดับต้นๆของโลก ล้อมคอกนักการเมืองเอาไว้แทบจะกระดิกไปไหนไม่ได้เลย ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน กกต.ก็ยังทำหน้าที่เช่นเดิม ป.ป.ช.ก็ยังมีอำนาจในการตรวจสอบเช่นเดิม ส่งไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเช่นเดิม ป.ป.ท. และศาลรัฐธรรมนูญก็ยังมีอำนาจเช่นเดิม มีอำนาจยุบพรรคเหมือนเดิม ส.ส.โดนตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญ 60 อยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายปิยบุตรกำลังชี้แจงอยู่นั้น นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ได้ลุกขึ้นประท้วงว่า นายปิยบุตร คือผู้ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี สามรถมาร่างรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ในฐานะประธานในที่ประชุมได้วินิจฉัยว่า ไม่มีอะไรผิดข้อบังคับ
นายปิยบุตร จึงกล่าวว่า ตนคงไม่ชี้แจงว่า สิทธิที่ตนโดนตัดไปนั้นมีอะไรบ้าง ขอให้ท่านไปเปิดรัฐธรรมนูญที่ท่านชื่นชอบนักก็คงจะรู้ จากนั้น นายปิยบุตร อภิปรายต่อว่า เราต้องเอารัฐธรรมนูญมาแก้ไขปัญหาในประเทศ ณ วันนี้ เราผ่านรัฐธรรมนูญปี 40 มาถึงวันนี้ เราเห็นปัญหาที่เพิ่มมามากกว่าเดิม ตอนนี้โจทก์คือ องค์กรตรวจสอบต่างๆถูกฝักฝ่ายทางการเมืองดึงมาใช้เป็นเครื่องมือ รัฐบาลสามารถล้มได้ทุกเมื่อเมื่อเจอองค์กรแบบที่เป็นอยู่แบบนี้ อำนาจตัวแทนที่มาจากประชาชนโดยการเลือกตั้งเหลือน้อยลงทุกที เราจึงต้องยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาที่กิดขึ้นในปัจจุบันขึ้นมา
นี่ไม่ใช่การตัดหัว เราเห็นแขนซ้ายบาดเจ็บ เรากำลังจะเอาแขนขวาเเข้าไปรักษาแขนซ้าย ไปสมานบาดแผลเพื่อให้แขนซ้ายกลับมาทำหน้าที่ได้อย่างเป็นกลาง เป็นอิสระ และไม่ตเป็นเครื่องมือของฝ่ายการเมืองใดฝ่ายการเมืองหนึ่ง ตนเห็นว่า รัฐธรรมนูญ 60 ก็เป็นการรวมศูนย์อำนาจให้องค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง อำนาจที่สืบทอดมาจากคณะรัฐประหาร และบั่นทอนอำนาจสภาผู้แทนฯ และอำนาจประชาธิปไตย และควบคุม ส.ส. จบแทบกระดิกไม่ได้ ควบคุมประชาชนเเลือกตั้งมาเป็นที่ 1 อย่างไรก็ตาม ก็เป็นรัฐบาลไม่ได้ถ้าเจอ ส.ว. แบบนี้ รวมถึงควบคุมประเทศผ่านแผนปฏิรูปประเทศ และยุทธศาสตร์ชาติ

