‘ปิยบุตร-ไอติม’ ผิดหวังร่างแก้ รธน.ฉบับ ปชช.ถูกคว่ำ ยันไม่ได้เป็นร่างที่สุดโต่ง เดินหน้ารณรงค์ต่อ

17.11.21 | 13:54 น.

‘ปิยบุตร-ไอติม’ ผิดหวังร่างแก้ รธน.ฉบับ ปชช.ถูกคว่ำ ยันไม่ได้เป็นร่างที่สุดโต่ง เดินหน้ารณรงค์ต่อ หวังนักการเมืองที่เห็นด้วยนำเป็นนโยบายหาเสียง ชี้หากนักการเมืองที่ต้องลงเลือกตั้ง หูสองข้างต้องเสียงของ ปชช.ตลอด

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 17 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แกนนำกลุ่มรีโซลูชั่น และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังจากที่รัฐสภามีมติไม่รับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภาคประชาชนในวาระที่ 1 โดยนายพริษฐ์กล่าวว่า การที่รัฐสภาโหวตไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในวาระที่ 1 ตนในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้ที่สนับสนุนร่างฉบับนี้และตนเป็นคนเสนอ ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง ที่ข้อเสนอของเราไม่ได้ถูกนำไปปฏิบัติในสังคม ซึ่งตนได้ย้ำไว้ในการอภิปรายตลอดทั้งวัน เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า ข้อเสนอของเราไม่ได้เป็นข้อเสนอที่สุดโต่งหรือพยายามให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เปรียบ เราเพียงแต่ต้องการสร้างระบบการเมืองที่ควรจะเป็น


นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า คำว่าควร สะกดด้วย ค-ว-ร โดย ค.หมายถึง ความพยายามคืนศักดิ์ศรีให้สถาบันการเมือง ซึ่งยอมรับว่าหลายคนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงก็เริ่มเสื่อมศรัทธา กลไกทางการเมืองเริ่มเสื่อมศรัทธาและสถาบันการเมืองต่างๆ ที่หวังจะเป็นที่พึ่งและต้องการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเราหวังว่าข้อเสนอของเราเป็นการปรับกลไกของสภาให้เป็นสภาเดี่ยว รวมถึงปรับที่มาของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระให้มีความเป็นกลางมากขึ้น เพื่อคืนศักดิ์ศรีสถาบันเหล่านี้และเพื่อให้เป็นที่พึ่งพาของประชาชนได้อีกครั้ง

นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า ว. มาจากคำว่าไว้ใจ ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกคิดค้นบนพื้นฐานที่พยายามสร้างระบบการเมืองที่ไว้ใจประชาชน ให้เขามีสิทธิกำหนดอนาคตตัวเองมากกว่ายุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่มาครอบงำไว้ ถ้าพรรคการเมืองไหนไม่ดำเนินการตามนโยบายที่กำหนดไว้ เราไว้ใจให้ประชาชนเป็นคนลงโทษพรรคการเมือง ส่วน ร. มาจากระบบที่เป็นกลางที่ทำให้ทุกคนไม่ว่าจะมีความคิดทางการมืองแบบไหนก็มีสิทธิ มีเสียงเท่าเทียมกัน

Advertisement

“เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังที่ร่างที่เราพยายามนำเสนอไม่ได้ถูกยอมรับไว้ในหลักการเพื่อพิจารณาเพิ่มเติม ดังนั้นในฐานะที่ผมเป็นผู้ริเริ่มกฎหมาย จึงขอใช้พื้นที่นี้ในการขอบคุณสมาชิกรัฐสภาหลายท่านที่โหวตรับหลักการ ขอบคุณสมาชิกบางท่านที่แม้จะไม่ได้โหวตรับหลักการ แต่ก็อภิปรายและแสดงความคิดเห็นที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน รวมทั้งขอบคุณเจ้าหน้าที่รัฐสภาที่อำนวยความสะดวกให้การอภิปรายราบรื่น รวมทั้งอำนวยความสะดวกให้ประชนเข้าชื่อมาเสนอกฎหมายได้ ขอขอบคุณและขอโทษจากใจจริงกับประชาชนกว่า 1.3 แสนคน ที่มาร่วมเดินทางกับเราและประชาชนที่คาดหวังอยากจะให้ร่างฉบับนี้ผ่าน และต้องยอมรับว่าภารกิจยังไม่สำเร็จแต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังต้องเดินหน้าต่อไป เพราะเราเชื่อว่าถ้าเรามีรัฐธรรมนูญที่มีกระบวนการและเนื้อหาที่ไม่ชอบธรรมเช่นนี้ จะไม่สามารถแก้วิกฤตทางการเมืองได้” นายพริษฐ์กล่าว

นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า ผ่านมาเกือบ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2562 มีการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 รอบ และร่างแก้ไขเดียวที่ผ่านเป็นการแก้ไขระบบเลือกตั้ง ซึ่งไม่ใช่ปัญหาหลักของรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจ นี่หรือคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ประกาศไว้ว่าเป็นนโยบายเร่งด่วน นี่หรือคือเนื้อหาสาระสำคัญของการแก้รัฐธรรมนูญที่พรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคกล่าวไว้ว่าเป็นนโยบายประเทศและจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่แตะเรื่องวุฒิสภา การสืบทอดอำนาจก็ไม่สามารถแก้ไขวิกฤตทางการเมืองได้จริง ทั้งนี้ไม่อยากให้ติดกับดักที่ใช้ในการอภิปรายว่าร่างของเราเป็นร่างที่สุดโต่ง และขอยืนยันว่าร่างของเรามีเนื้อหาที่ไม่ได้สุดโต่ง เป็นอะไรที่ปกติมากในระบอบประชาธิปไตย และไม่อยากให้สังคมมองว่าการที่ร่างฉบับนี้ถูกปัดตกเป็นเพราะร่างของเราไกลหรือสุดโต่งเกินไป เหมือนอย่างที่สมาชิกรัฐสภาบางคนทำให้เข้าใจผิด

ด้าน นายปิยบุตรกล่าวว่า เราคาดหวังว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่มีข้อพิจารณาถึงความต้องการของประชาชนข้างนอกสภา และเราหวังว่าสมาชิกรัฐสภาจะเงี่ยหูฟังเสียงที่ก่นร้องอยู่ข้างนอกสภาดังๆ บ้าง แต่ผลการลงมติก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าสมาชิกรัฐสภาเสียงข้างมากยังไม่ยินยอมเปิดประตูให้การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนให้ผ่านในวาระที่ 1 ดังนั้น ประชาชนที่ร่วมลงชื่อและติดตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่าเพิ่งสิ้นหวัง พวกเรายังมีลมหายใจ ยังมีความคิด ยังมีกำลังที่จะรณรงค์ต่อไป เพราะทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าแก้รัฐธรรมนูญปี 2560 ทำได้ยากแต่หากเราไม่เคลื่อนไหว ไม่รณรงค์ต่อไป พวกเขาก็จะอยู่กับรัฐธรรมนูญที่เขาออกแบบมาได้อย่างต่อเนื่องตลอดกาล จึงเป็นภารกิจของพวกเราประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญตัวจริงเสียงจริง จำเป็นต้องรณรงค์ผลักดันเรื่องนี้ต่อไปแม้ว่าจะไม่ประสบความ สำเร็จ ล้มเหลว แม้ว่าจะล้มลงกี่ครั้งก็ตาม เราต้องลุกขึ้นมาใหม่แล้วต่อสู้ผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จจนได้

นายปิยบุตรกล่าวต่อว่า ในเมื่อประชาธิปไตยแบบทางตรงหรือการมีส่วนร่วมถูกปิดประตูไปในครั้งนี้ คาดหวังอย่างยิ่งว่าระบอบประชาธิปไตยแบบผู้แทนจะทำหน้าที่ในส่วนนี้ต่อ คือ ส.ส.ที่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แม้จะไม่เห็นด้วยทั้งหมดหรือเห็นด้วยทั้งหมดก็ตามท่านมีโอกาส เพราะอีกไม่กี่เดือน ไม่กี่ปีก็จะมีการเลือกตั้ง ส.ส. จึงฝากความหวังไว้กับ ส.ส.ที่สนับสนุนร่างฉบับนี้ว่าหากจะนำการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไปออกแบบเป็นนโยบายและหาเสียงการเลือกครั้งต่อไป พวกเราจะตัดสินใจเลือกท่านกลับเข้ามาเป็น ส.ส. มาเป็นเสียงข้างมากเพื่อช่วยกันแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จ

เมื่อถามว่า ต่อไปจะแยกเป็นประเด็นเพื่อให้ผ่านสภาได้มากกว่านี้หรือไม่ นายปิยบุตรกล่าวว่า ยังคงต้องกลับไปนั่งพิจารณากับกลุ่มองค์กรต่างๆ ที่ร่วมกันพิจารณา หากคิดจนตกผลึกว่าจะผลักดันเรื่องใดแล้วก็จะแจ้งให้ทราบต่อไป

เมื่อถามว่า มองว่าต่อจากนี้จะมีความรุนแรงมากขึ้นหรือไม่ นายปิยบุตรกล่าวว่า ประเมินไม่ได้ เพราะตนไม่ใช่ผู้กำกับ ไม่ใช่คนตัดสิน ไม่ใช่ผู้ควบคุมต่างๆ แต่เชื่อว่าสังคมแม้กระทั่งสมาชิกรัฐสภาก็คงคาดได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะหลายเรื่องเป็นความต้องการของประชาชน และการชุมนุมก็เรียกร้องการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งจนถึงวันนี้ก็สามารถแก้ไขได้เพียงแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ คือเรื่องระบบเลือกตั้งเท่านั้น

เมื่อถามว่า เมื่อไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ คาดหวังหรือไม่ว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะทำให้เกิดแลนด์สไลด์ในฝ่ายประชาธิปไตย นายปิยบุตรกล่าวว่า ในเมื่อระบอบประชาธิปไตยทางตรงและการมีส่วนร่วมถูกปิดตัวลง ก็ต้องไปฝากความหวังกับประชาธิปไตยผู้แทนมากขึ้น โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ และหวังเสมอว่าพรรคการเมืองและนักการเมืองที่ต้องลงเลือกตั้งตลอดเวลา หูของเขาทั้งสองข้างจะต้องฟังประชาชนตลอด ฉะนั้น นักการเมืองที่จะต้องลงเลือกตั้งจะต้องมีการตอบรับ ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนโดยเร็ว