กม.ที่มาส.ว.ฉบับกกต. ’20กลุ่ม’เลือก-‘คสช.’จิ้ม

กม.ที่มา ส.ว.ฉบับ กกต. “20 กลุ่ม” เลือก-“คสช.” จิ้ม

หมายเหตุ – พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงสรุปสาระสำคัญร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และเตรียมที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ตามบทเฉพาะกาล มาตรา 268 ที่ระบุว่า ในวาระเริ่มแรก ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนสองร้อยห้าสิบคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติถวายคำแนะนำ โดยในการสรรหาและแต่งตั้งให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ จำนวน 5 ข้อ

ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. มีจำนวน 100 มาตรา แบ่งออกเป็น 3 หมวด คือ หมวด 1 การได้มาซึ่ง ส.ว. หมวด 2 การสืบสวนหรือไต่สวนและวินิจฉัย หมวด 3 การควบคุมการเลือกและบทกำหนดโทษ และบทเฉพาะกาล มีสาระสำคัญ คือ ส.ว.มี จำนวน 200 คน มาจากการเลือกกันเอง 20 กลุ่ม ดังนี้ 1.ด้านการบริหาร ความมั่นคง หรือการต่างประเทศ 2.ด้านกฎหมาย หรือกระบวนการยุติธรรม 3.ด้านการบัญชี การเงิน การคลัง หรือการงบประมาณ 4.ด้านการศึกษาหรือวิจัย 5.ด้านการสาธารณสุข 6.ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 7.ด้านศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม วรรณกรรม การแสดง หรือการกีฬา 8.ด้านกสิกรรม หรือป่าไม้ 9.ด้านปศุสัตว์ หรือประมง 10.ด้านลูกจ้าง ผู้ใช้แรงงาน องค์กรลูกจ้าง หรือองค์กรนายจ้าง 11.ด้านคุ้มครองผู้บริโภค การสื่อสาร สื่อสารมวลชน 12.ด้านการประกอบการธุรกิจ การค้า หรือการธนาคาร 13.ด้านการประกอบการอุตสาหกรรม 14.ด้านการประกอบวิชาชีพ 15.ด้านสิ่งแวดล้อม ผังเมือง ที่อยู่อาศัย หรือการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 16.ด้านทรัพยากรธรรมชาติหรือพลังงาน 17.ด้านองค์กรชุมชน หรือประชาสังคม 18.ด้านผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส หรือสตรี (เฉพาะตัวผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส หรือสตรี) 19.ด้านผู้ประกอบอาชีพอิสระ และ 20.ด้านอื่นๆ

ทั้งนี้ หลังจากที่มี พ.ร.ฎ.การได้มาซึ่ง ส.ว.แล้ว จากนั้นภายใน 5 วัน กกต.จะกำหนดวัน เวลารับสมัคร ส.ว. ทั้งในระดับอำเภอ จังหวัดและระดับประเทศ โดยให้เริ่มเปิดสมัครไม่เกิน 10 วันนับแต่วันที่ พ.ร.ฎ.มีผลใช้บังคับ และเปิดรับสมัครไม่น้อยกว่า 5 วัน ค่าสมัครจำนวน 500 บาท การสมัครให้ยื่นหลักฐานแสดงถึงความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ และต้องเป็นสมาชิกหรือทำงานหรือเคยทำงานในกลุ่มด้านที่สมัครเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี ยกเว้นบางกลุ่มที่เป็นโดยสถานะ เช่น กลุ่มผู้พิการ กลุ่มผู้สูงอายุ เป็นต้น ซึ่งในการสมัครเพื่อเลือกกันเองให้เป็น ส.ว.นั้น ผู้มีสิทธิสมัครจะสมัครได้เพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง กรณียื่นสมัครโดยฝ่าฝืนให้ กกต.ถอนชื่อออกจากประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือก หากพบเหตุภายหลังประกาศผลให้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

สำหรับการเลือกในระดับอำเภอดำเนินการเป็น 2 ขั้นตอน ใช้เวลา 15 วัน ดังนี้ 1.การเลือกเพื่อคัดกรองกันเองระหว่างผู้สมัครในกลุ่มเดียวกันให้เหลือกลุ่มละ 5 คน 2.จัดให้มีการเลือกระหว่างผู้ที่ผ่านการคัดกรองเลือกผู้สมัครในกลุ่มอื่นให้เหลือกลุ่มละ 3 คน จากนั้นการดำเนินการเลือกในระดับจังหวัด ใช้เวลา 15 วัน ให้ผู้สมัครที่ผ่านการเลือกในระดับอำเภอเลือกผู้สมัครกลุ่มอื่นให้เหลือกลุ่มละ 1 คน การหาเสียงหรือแนะนำตัวห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาหาเสียงด้วยวิธีการใดๆ แต่สามารถพูดแนะนำตัว รวมทั้งจัดทำเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครเกี่ยวกับประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติและผลงานในการทำงานได้ โดยให้เป็นหน้าที่ของ กกต.ในการจัดทำเอกสารแนะนำตัวของผู้สมัครและจัดส่งเอกสารให้กับผู้สมัครรับเลือก

วิธีการเลือกคือให้เขียนหมายเลขผู้สมัครของกลุ่มต่างๆ ลงในช่องลงคะแนนในบัตรลงคะแนนแต่ละใบของแต่ละกลุ่ม โดยให้ผู้สมัครซึ่งได้คะแนนมากที่สุดเรียงลำดับลงมาเป็นผู้ได้รับเลือกในแต่ละกลุ่มของแต่ละระดับตามจำนวนที่กำหนดไว้ กรณีกลุ่มใดมีผู้สมัครน้อยกว่าหรือเท่ากับจำนวนที่จะพึงมี ให้ผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงสุดตามลำดับเป็นผู้ได้รับเลือก ในกรณีที่ได้คะแนนเท่ากันในลำดับที่ทำให้เกินจำนวนจะพึงมี ให้จับสลากเพื่อให้ได้ผู้ได้รับเลือกในระดับอำเภอครบจำนวนที่จะพึงมี

เมื่อเลือกในระดับจังหวัดเสร็จสิ้นแล้ว ให้ กกต.จังหวัดส่งรายชื่อผู้ได้รับเลือกในระดับจังหวัดให้ กกต. เพื่อจัดการเลือกในระดับประเทศ เมื่อ กกต.จัดให้มีการเลือกในระดับประเทศเสร็จแล้ว หาก กกต.เห็นว่าการเลือกเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และไม่มีการร้องคัดค้านการเลือก ส.ว. ให้ กกต.ประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือกซึ่งได้คะแนนมากที่สุดเรียงลำดับลงมาจำนวน 10 คนในแต่ละกลุ่ม รวมจำนวน 200 คน เป็นผู้ได้รับเลือกเป็น ส.ว. และให้ กกต.ประกาศผลการเลือก ส.ว.ภายใน 7 วันนับแต่วันจัดให้มีการเลือกในระดับประเทศ และให้ กกต.จัดทำบัญชีสำรองของผู้ผ่านการคัดเลือกไว้บัญชีละ 10 รายชื่อ

กรณีที่สมาชิกภาพของ ส.ว.ในกลุ่มใดสิ้นสุดลงก่อนคราวออกตามวาระ ไม่ต้องดำเนินการจัดให้มีการเลือกใหม่ แต่ให้ผู้ได้รับเลือกเป็น ส.ว.ในบัญชีกลุ่มนั้นที่อยู่ในบัญชีสำรองในลำดับถัดไปเป็นผู้ได้รับเลือกเป็น ส.ว. แทน ทั้งนี้ บทเฉพาะกาลกำหนดให้ในวาระเริ่มแรกภายหลังที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญให้นำรายชื่อผู้ได้รับการเลือกเป็น ส.ว. ดังกล่าวเสนอต่อ คสช.เพื่อคัดเลือกผู้ได้รับเลือกเป็น ส.ว.ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐธรรมนูญกำหนด โดยในกลุ่ม ส.ว.ที่ได้มาโดยการเลือกกันเองจะถูกคัดจาก 200 คน เหลือ 50 คน รวมกับกลุ่มได้รับการสรรหา 194 คน และโดยตำแหน่ง 6 คน รวมจำนวนเป็น 250 คน ซึ่งเป็นไปตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ

ขณะที่การดำเนินสืบสวน ไต่สวน หรือวินิจฉัยว่าก่อนประกาศผลการเลือก กกต.มีอำนาจพิจารณาให้ใบเหลืองแก่ผู้สมัครรับเลือกได้ กรณีภายหลังประกาศผลการเลือก ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครกระทำการทุจริตในการเลือกหรือรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำของบุคคลอื่น ให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น โดยให้ยื่นคำร้องคัดค้านก่อนประกาศผลการเลือก หรือภายใน 30 วันนับแต่ประกาศผลการเลือก ส่วนที่เพิ่มเติมจากกฎหมายการได้มาซึ่ง ส.ว.ในอดีตนั้น บทกำหนดโทษเป็นไปตามหลักการเดิมของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.แต่มีการกำหนดโทษเพิ่มเติมขึ้นใหม่ในประเด็นดังต่อไปนี้ คือ 1.ผู้กระทำการสนับสนุนให้บุคคลเข้ารับหรือไม่เข้ารับการสมัครรับเลือก เพื่อประโยชน์ในการเลือกให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น หรือลงสมัครเพื่อการเลือกโดยมีผลประโยชน์ตอบแทน 2.กรรมการบริหารหรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นใดในพรรคการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกระทำการโดยวิธีใดๆ อันเป็นการช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้รับเลือกเป็น ส.ว. 3.กรณีจูงใจให้มีการเลือก หรือซื้อเสียง โดยการให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ เลี้ยง หรือรับจะจัดเลี้ยง หลอกลวง คุกคาม หรือใช้อิทธิพลข่มขู่ โดยทั้งหมดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี และในกรณีมีการฝ่าฝืนและศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษผู้กระทำการฝ่าฝืน ให้ศาลสั่งจ่ายเงินสินบนนำจับไม่เกินกึ่งหนึ่งจากจำนวนเงินค่าปรับแก่ผู้แจ้งความนำจับ

ที่มา ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญฉบับ 2559

มาตรา 107 ระบุว่า วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนสองร้อยคน ซึ่งมาจากการเลือกกันเองของบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ ลักษณะ หรือประโยชน์ร่วมกัน หรือทำงานหรือเคยทำงานด้านต่างๆ ที่หลากหลายของสังคม โดยในการแบ่งกลุ่มต้องแบ่งในลักษณะที่ทำให้ประชาชนซึ่งมีสิทธิสมัครรับเลือกทุกคน สามารถอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้

การแบ่งกลุ่ม จำนวนกลุ่ม และคุณสมบัติของบุคคลในแต่ละกลุ่ม การสมัครและรับสมัคร หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกันเอง การได้รับเลือก จำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่จะพึงมีจากแต่ละกลุ่ม การขึ้นบัญชีสำรอง การเลื่อนบุคคลจากบัญชีสำรองขึ้นดำรงตำแหน่งแทน และมาตรการอื่นใดที่จำเป็นเพื่อให้การเลือกกันเองเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา และเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการให้การเลือกดังกล่าวเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม จะกำหนดมิให้ผู้สมัครในแต่ละกลุ่มเลือกบุคคล ในกลุ่มเดียวกัน หรือจะกำหนดให้มีการคัดกรองผู้สมัครรับเลือกด้วยวิธีการอื่นใดที่ผู้สมัครรับเลือกมีส่วนร่วมในการคัดกรองก็ได้

การดำเนินการตามวรรคสอง ให้ดำเนินการตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัดและระดับประเทศ เพื่อให้สมาชิกวุฒิสภาเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยในระดับประเทศ

ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภามีจำนวนไม่ครบตามวรรคหนึ่ง ไม่ว่าเพราะเหตุตำแหน่งว่างลง หรือด้วยเหตุอื่นใดอันมิใช่เพราะเหตุถึงคราวออกตามอายุของวุฒิสภา และไม่มีรายชื่อบุคคลที่สำรองไว้เหลืออยู่ ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภาเท่าที่มีอยู่ แต่ในกรณีที่มีสมาชิกวุฒิสภาเหลืออยู่ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมดและอายุของวุฒิสภาเหลืออยู่เกินหนึ่งปี ให้ดำเนินการเลือกสมาชิกวุฒิสภาขึ้นแทนภายในหกสิบวันนับแต่วันที่วุฒิสภามีสมาชิกเหลืออยู่ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ผู้ได้รับเลือกดังกล่าวอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าอายุของวุฒิสภาที่เหลืออยู่

การเลือกสมาชิกวุฒิสภาให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา และภายในห้าวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกามีผลใช้บังคับ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดวันเริ่มดำเนินการเพื่อเลือกไม่ช้ากว่าสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมีผลใช้บังคับ การกำหนดดังกล่าวให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รุดสอบคลองระบายน้ำตามพระราชดำริ 3 แห่ง พบนายทุนรุกที่ถมปิดทาง ทำเมืองหัวหินน้ำท่วม
บทความถัดไปกินเจวันแรกคึก! หลายที่ทั่วไทยแห่ทานเจตามศาลเจ้า-ร้านอาหารกันแน่น