เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เขียนข้อความทางเฟซบุ๊กแสดงความเห็น กรณี ศาลรัฐธรรมนูญมีมติวินิจฉัย ประมวลกฎหมายแพ่งฯเรื่องการสมรสของชายและหญิงไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่แนะนำให้หน่วยงานรัฐออกกฎหมายที่สนับสนุนผู้หลากหลายทางเพศนั้น ธัญวัจน์ ระบุว่า
ศาลรัฐธรรมนูญลงมติสมรสเท่าเทียม ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่ ≠ ร่างสมรสเท่าเทียมก้าวไกลไม่ผ่าน
เมื่อวานนี้ 17 ธันวาคม 2564 ศาลรัฐธรรมนูญมีวาระการประชุมเพื่อลงมติในประเด็นประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย์ว่าด้วยการสมรส มาตรา 1448 ที่กำหนดว่าการสมรสนั้นต้องเกิดขึ้นระหว่างเพศชายและเพศหญิง ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากการยื่นคำขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิฉัยของ พวงเพชร เหงคำ และเพิ่มทรัพย์ แซ่อึ๊ง คู่รักหญิงรักหญิง ที่ถูกปฏิเสธการจดทะเบียนสมรสด้วยเหตุแห่งเพศ จากเจ้าหน้าที่ และได้รับแจ้งว่าไม่เป็นไปตามบทบัญญัติกฏหมายประมวลแพ่งพาณิชย์
จากข่าวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวานนี้อาจมีการเข้าใจคาดเคลื่อนว่าเกี่ยวข้องกับการปัดปิดประตูสมรสเท่าเทียมของพรรคก้าวไกลตกไป แต่เป็นคนละประเด็นกับกฎหมายที่เรายื่น ต้องชี้แจงว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกันเพราะศาลอ่านคำวินิจฉัยจากการยื่นคำร้องให้วินิฉัยจากภาคประชาชนที่กล่าวมาเมื่อข้างต้น
และยืนยันว่าในอำนาจหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นมีอำนาจในการยื่นเสนอและผ่านกฎหมายผ่านกลไกรัฐสภาในฐานะตัวแทนประชาชนอยู่แล้ว
และผลการพิจารณาก็มีมติว่ากฎหมายประมวลแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1448 นั้นไม่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 25 ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพ มาตรา 26 การจำกัดสิทธิ์ ต้องไม่กระทบศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และ 27 ในวรรค 2 และวรรค 3 ที่บ้านอยากเกี่ยวของกับชายและหญิงมีสิทธิ์เท่าเทียมกันรวมถึงการเลือกปฏิบัติด้วยความแตกต่างจากกระทำมิได้
ส่วนมาตรา 4 และมาตรา 5 ศาลไม่ได้มีคำวินิจฉัยแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นบทบัญญัติทั่วไป เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาค
และไม่ว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยว่าอย่างไร
พรรคก้าวไกลขอยืนยันในการผลักดันสมรสเท่าเทียมให้เกิดขึ้น ในฐานะผู้แทนราษฎรผ่านการเลือกตั้งและการผลักดันผ่านกลไกรัฐสภา
เพราะกฎหมายดังกล่าวนั้นได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 เป็นที่เรียบร้อยแล้วและขณะนี้บรรจุอยู่ในวาระการประชุม
หลักการสำคัญพรรคก้าวไกลคือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และ สิ่งนี้จะมีใครพรากไปไม่ได้ และสิทธิการก่อตั้งครอบครัวนั้นเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และกฎหมายมีขึ้นเพื่อเพียงแค่รับรองสถานะเท่านั้น และการที่พรรคก้าวไกลให้ความสำคัญยืนการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เกี่ยวกับการสมรสนั้นเพราะเราเห็นว่ากฎหมายดังกล่าวนั้นถือเป็นการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศและจำเป็นต้องแก้ไขให้เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน
กล่าวง่าย ๆ คือทุกคนสามารถใช้ชีวิตกับคนที่ตนเองรักแต่ทะเบียนสมรสเป็นเพียงแค่การรับรอง และการคุ้มครองเพื่อความเป็นธรรมทั้งฝ่ายใน บทบาท หน้าที่ สิทธิ และ สวัสดิการ
ปัจจุบันนี้ทั่วโลกมี 30 ประเทศมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมแล้ว
และสำหรับเอเชียมีประเทศไต้หวันที่มีกฎหมายดังกล่าว ที่เกิดจากการขับเคลื่อนของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศในไต้หวันยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยเช่นเดียวกัน ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญในไต้หวันก็มีคำวินิฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ จนนำมาสู่การแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการสมรส หรือแม้แต่ต้นปีที่ผ่านมาประเทศญี่ปุ่นก็มีการวินิจฉัยโดยศาลรัฐธรรมนูญว่าการสมรสที่ระบุเพียงแค่ชายหญิงนั้นขัดต่อสิทธิเสรีภาพ
สำหรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไทยนั้นผิดหวังแต่ไม่ผิดคาด
และในคำแถลงวันนี้ขอเชิญชวนพรรคการเมืองทุกท่านทุกคน ที่เชื่อในเรื่องความเสมอภาคเชื่อว่าคนเท่ากันให้ช่วยร่วมผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมของพรรคก้าวไกลเพื่อให้กลุ่มบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศได้มีสิทธิการก่อตั้งครอบครัว

