หน้าแรก การเมือง สร.รฟท.ค้านรั...

สร.รฟท.ค้านรัฐบาล หลังเคาะวันหยุดขบวนรถไฟวิ่งเข้าหัวลำโพง หวั่นกระทบปชช.-ทำลายประวัติศาสตร์

18.11.21 | 13:39 น.

นายสราวุธ สราญวงศ์ รักษาการประธนสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) เปิดเผยถึงกรณีที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เตรียมหยุดให้บริการรถไฟเข้าสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ตามนโยบายของรัฐบาล ในวันที่ 23 ธันวาคม 2564 ว่า สร.รฟท.ขอคัดค้านนโยบายการหยุดให้บริการรถไฟเข้าสถานีหัวลำโพง และหยุดขบวนการทำลายประวัติศาสตร์ของการรถไฟฯ กิจการรถไฟไทย หรือกรมรถไฟหลวง ที่ได้ก่อกำเนิดขึ้นนับตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ซึ่งได้พระราชทานกิจการรถไฟหลวง ให้กับพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าได้ใช้ประโยชน์อย่างถ้วนหน้า สร้างความเจริญและโอกาสให้กับประเทศไทยมาจนถึงปัจจุบัน


นายสราวุธกล่าวอีกว่า แต่เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชนหลังจากเป็นประธานการประชุมติดตามนโยบายแนวทางการพัฒนาพื้นที่สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) และแนวทางการพัฒนาตลอดแนวเส้นทางรถไฟบางซื่อ-หัวลำโพง ว่าหลังจากที่ได้มีการเปิดใช้งานสถานีกลางบางซื่อเต็มระบบเพื่อเป็นศูนย์กลางการเดินทางด้วยระบบรางของประเทศไทย จะทำการเร่งพิจารณาแนวทางการหยุดให้บริการรถไฟเข้าสถานีหัวลำโพงโดยเร็ว เพื่อให้มีความชัดเจนในการเริ่มพัฒนาพื้นที่บริเวณสถานีหัวลำโพง ตามที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์

นายสราวุธกล่าวอีกว่า จากนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในเรื่องนี้ สร.รฟท. ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย และขอคัดค้านด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ 1.ทำให้ประชาชนที่ใช้บริการในการมาทำงานไป กลับ จำนวนมากได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากจะทำให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนภาพรวมในวงกว้าง เนื่องจากภารกิจหลักของการรถไฟฯ คือการให้บริการระบบขนส่งสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของรัฐอันจําเป็นต่อการดํารงชีวิตของประชาชนจำนวนมากจากทั่วทุกส่วนภูมิภาคเข้ามาสู่กรุงเทพฯ และจากใจกลางตัวเมืองกลับไปสู่ทั่วทุกภูมิภาค ด้วยความสะดวก ปลอดภัย เพราะเป็นจุดเริ่มต้น และปลายทาง ของขบวนรถไฟชานเมืองในเส้นทางต่างๆ ที่มีประชาชน หลากหลายอาชีพใช้บริการ นอกจากนั้นยังเป็นสถานีเชื่อมต่อการเดินทางรถไฟในเส้นทางสายตะวันออก ใช้ในการเดินขบวนรถพิเศษเนื่องในโอกาสต่างๆ ที่สำคัญของประเทศและของการรถไฟฯ และเป็นพื้นที่อันควรค่ายิ่งแก่การอนุรักษ์ใช้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ได้ หากนายศักดิ์สยามเห็นว่าจำเป็นต้องปิดสถานีและหยุดให้บริการรถไฟเข้าสถานีหัวลำโพงจริงๆ ควรสอบถามความเห็นของประชาชนผู้ใช้บริการก่อนจะดีกว่าหรือไม่

นายสราวุธกล่าวอีกว่า 2.จากข้อมูลเหตุผลที่อ้างถึงว่าในการปิดสถานีและไม่ให้มีขบวนรถเข้ามาในสถานีรถไฟหัวลำโพงนั้น เพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่กรุงเทพฯ เนื่องจากขบวนรถไฟเป็นปัญหาที่ทำให้รถติด ซึ่งไม่เป็นความจริง แต่ในทางตรงกันข้ามกลับทำให้ประชาชนที่เดินทางจำนวนมากจากทั่วประเทศได้รับความสะดวกในการเดินทางเข้ามาในตัวเมืองชั้นใน แล้วทางรถไฟก็มีมาก่อนถนนใน กทม.เกือบทั้งหมด แล้วทำไมตอนสร้างถนนข้ามตัดผ่านทางรถไฟ ผู้เกี่ยวข้องไม่หาวิธีแก้ปัญหาจุดที่ถนนตัดผ่านกับทางรถไฟ และขอตั้งคำถามไปที่รัฐมนตรีฯว่าหากไม่มีขบวนรถไฟเข้ามาแล้ว บนท้องถนนใน กทม.การจราจรจะไม่ติดขัดใช่หรือไม่ ถ้ายังมีปัญหาการจราจรอยู่ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบความผิดพลาดในเรื่องนี้

Advertisement

นายสราวุธกล่าวอีกว่า 3.พื้นที่ในบริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพงเป็นที่ดินที่เกี่ยวข้องที่ใช้สำหรับการเดินรถมีวัตถุประสงค์ในการใช้เพื่อประโยชน์แห่งรัฐและประชาชน ดำเนินธุรกิจอันเกี่ยวกับการขนส่งของรถไฟ การนำมาใช้เพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ อาจเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดกับวัตถุประสงค์ตามพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 มาตรา 6 หากรัฐมนตรีมีความต้องการที่จะหาประโยชน์จากการพัฒนาที่ดิน เพื่อมาชดเชยผลการดำเนินงานที่ขาดทุนของการรถไฟฯ โดยจำเป็นต้องพัฒนาที่ดินบริเวณดังกล่าวแล้ว ในแนวทางไม่จำเป็นต้องปิดสถานีหัวลำโพง และหยุดให้บริการเดินรถไฟแต่อย่างใด เพราะการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์กับการขนส่งสาธารณะทางรถไฟสามารถดำเนินการควบคู่กันไปได้ อีกทั้งยังมีพื้นที่ มีทีดินว่างเปล่าของการรถไฟฯอีกมากมายหลายแปลงที่จะหาประโยชน์ หารายได้ให้แก่การรถไฟฯได้ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

“คำถามคือเรื่องนี้มีผู้มีอิทธิพลมากบารมีกี่รายที่หาประโยชน์เข้ากระเป๋าพวกพ้องของตนเอง และเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจทำให้มีการทุจริตคอร์รัปชั่นตามมาได้ หรือการปิดสถานีรถไฟหัวลำโพง จะเป็นขบวนการทำลายคุณค่าทางประวัติศาสตร์ การด้อยค่าความสำคัญโดยทำให้ภาพของการเป็นกิจการแห่งรถไฟสยามเลือนหายไป หากไม่มีขบวนรถไฟเข้ามาแล้วจะเรียกว่าเป็นสถานีรถไฟได้อย่างไรกัน คงจะเหลือเพียงความเป็นหน่วยงานที่มีแต่หนี้สิน โดยที่ไม่กล่าวถึงเหตุผลที่มาของหนี้สินเหล่านั้น ว่ามาได้อย่างไร ใครต้องรับผิดชอบ พร้อมกับการยกเหตุผลขึ้นมาประกอบในการจะเอาที่ดินใจกลางเมืองจำนวน 120 ไร่ ที่ทรงมีพระบรมราชโองการพระราชทานไว้เพื่อใช้ในกิจการดำเนินธุรกิจอันเกี่ยวกับการขนส่งของการรถไฟฯ ไปยกให้นายทุนเอกชนเช่าเพื่อหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์โดยไม่คำนึงถึงประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจ ความเจริญและความอยู่ดีกินดีของคนในชาติมามากกว่า 120 ปี ซึ่งประเมินค่าไม่ได้คนที่คิดทำลาย คิดดีแล้วหรือ มันสมควรแล้วหรือ” นายสราวุธกล่าว