หน้าแรก การเมือง ส.ส.เพื่อไทย ...

ส.ส.เพื่อไทย ยกย่อง ทอ.จัดซื้อเครื่องบินแนวทางใหม่ พึ่งพาตัวเองมากขึ้น-ประกอบในประเทศ

18.11.21 | 14:51 น.

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เขียนข้อความแสดงความเห็นกรณี ข่าวกองทัพอากาศลงนามสัญญาจัดซื้อเครื่องบินโจมตีขนาดเบา จากสหรัฐ จำนวน 8 ลำ โดยระบุว่า

ในฐานะผู้แทนราษฎรที่เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย และอดีตผู้บังคับฝูงบิน F-16 ของกองทัพอากาศ ที่มีโอกาสได้ทราบและตระหนักรู้ถึงปัญหาการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกองทัพ ผมต้องขอแสดงความยกย่องและชื่นชมผู้บังคับบัญชาและข้าราชการทุกท่าน โดยเฉพาะคณะกรรมการกำหนด TOR และคณะกรรมการจัดซื้อของกองทัพอากาศ ที่ใช้แนวทางการจัดหาแบบ Purchase and Development ในการจัดหาเครื่องบินโจมตีฝูงใหม่ในครั้งนี้ โดยคำนึงถึงการพึ่งพาตนเองและการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ภายใต้นโยบาย S Curve ตัวที่ 11 ตามที่กองทัพอากาศได้เคยมาชี้แจงกับสภาผู้แทนราษฎร และกราบขอบคุณในหัวใจของทุกท่าน ที่ต้องการปลดแอกและไม่ยอมตกเป็นทาสของต่างชาติ ที่กดทับการพัฒนาและการพึ่งพาตนเองของกองทัพอากาศมาโดยตลอด

แม้โครงการนี้ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินสูงถึง 143 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่เงินส่วนหนึ่งจะคืนกลับมาสู่การจ้างงานในประเทศ ตามสัญญาการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการร่วมมือของอุตสาหกรรมในประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยบริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด หรือ TAI รัฐวิสาหกิจของกองทัพอากาศจะทำหน้าที่ประกอบชิ้นส่วนเครื่องบิน ส่วนการพัฒนาระบบ Avionic การบูรณาการระบบอาวุธ และการผลิตชิ้นส่วนบางส่วนจะดำเนินการโดยบริษัท R V Connex จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนสัญชาติไทยแท้ๆ

การจัดหาแบบ Purchase and Development ของกองทัพอากาศ จะทำให้การใช้จ่ายงบประมาณการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ ที่เดิมต้องจ่ายเงินทั้งหมดให้ต่างชาติ เปลี่ยนไปเป็นจ่ายแค่บางส่วนเท่านั้น ส่วนที่เหลือจะถูกใช้จ่ายหมุนเวียนอยู่ในประเทศ เป็นทั้งการใช้จ่ายเพื่อซื้อวัตถุดิบ การจ้างแรงงาน ซึ่งจะทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ

แต่ที่สำคัญก็คืองบประมาณส่วนนี้จะถูกใช้ต่อยอดขีดความสามารถของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ที่จะเดินไปสู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างสมบูรณ์แบบในอนาคต

Advertisement

และด้วยเหตุผลนี้จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ผมต้องเกาะติดการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศ 3 โครงการอย่างใกล้ชิด ได้แก่โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องกันทางอากาศ ระยะที่ 7 (N-SOC C2), โครงการพัฒนาป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (GBAD) และโครงการจัดหาทดแทนวิทยุพื้นดิน-อากาศ มูลค่าเกือบ 3 พันล้านบาท ที่ผู้มีอำนาจไปสั่งเปลี่ยนวัตถุประสงค์และสาระสำคัญของโครงการ และบางโครงการได้ตัดหลักการจัดซื้อแบบ Purchase and Development ออกไปทั้งหมด และบางโครงการก็เปิดประตูให้บริษัทต่างชาติเข้ามาขี่คออุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยเองอีกด้วย

เรื่องนี้ต้องดูกันยาวๆ ครับ ผมเชื่อมั่นในพี่น้องนักบินที่เคยบินด้วยกันมาทุกคน ที่วันนี้เติบโตเป็นผู้บริหารระดับสูงของกองทัพอากาศแทบทั้งสิ้น พวกเราถูกปลูกฝังให้มีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่นและต้องมีระบบเกียรติศักดิ์ ขนาดใครทำผิดเรื่องการบินและไม่มีใครเห็นด้วยซ้ำ พวกเรายังลงมาเขียนชื่อปรับตัวเองตามความผิดนั้นๆ

เพราะฉะนั้นวันนี้เรื่องอะไรที่ผิดหรือไม่ถูกต้อง ช่วยกันแก้ไขให้ถูกต้องด้วยนะครับ