‘อนุชา’ รับฟังปัญหา ‘หาบเร่แผงลอย-วิทยุชุมชน’ ย้ำ ‘นายกฯ’ ไม่ได้นิ่งนอนใจปชช.เดือดร้อน

‘อนุชา’ รับฟังปัญหา ‘หาบเร่แผงลอย-วิทยุชุมชน’ ย้ำ ‘นายกฯ’ ไม่ได้นิ่งนอนใจปชช.เดือดร้อน

วันที่ 24 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไปพบปะกลุ่มเครือข่ายแผงลอยไทยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และองค์กรภาคีเครือข่ายผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงภาคประชาชนแห่งประเทศไทย โดยมีนายนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี , นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , นายชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , นายอนุรุทธิ์ นาคาศัย ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะทำงานแก้ไขปัญหาภาคประชาชนเข้าร่วม

ทั้งนี้กลุ่มเครือข่ายแผงลอยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน นำโดย นายเรวัตร ชอบธรรม ได้เข้าหารือและติดตามกรณีที่ผู้ค้าได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐบาลในการจัดระเบียบหาบเร่-แผงลอย ใน กทม. และได้รับความเดือนร้อนจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลให้ผู้ค้าขาดรายได้และได้รับความเดือดร้อนหลายราย ซึ่งก่อนหน้านี้นายอนุชา เคยสั่งการสำนักนายกรัฐมนตรีเร่งประสาน กทม. เพื่อตรวจสอบและแก้ไขปัญหาไปแล้ว

นายอนุชา กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยผู้ค้าหาบเร่-แผงลอย ได้กำชับให้ติดตามเรื่องนี้โดยเร็วเพื่อแก้ไขปัญหา บรรเทาเทาความเดือดร้อนผู้ค้าหาบเร่-แผงลอย โดยในวันนี้ทางกรุงเทพมหานครได้เร่งแก้ไขปัญหา ส่งผลให้การช่วยเหลือผู้ค้าหาบเร่-แผงลอยคืบหน้า ซึ่งบางพื้นที่สามารถกลับมาเปิดได้อีกครั้ง แต่ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาต้องคำนึงถึงสภาพสังคมโดยรวม จึงต้องมีการหารือกันระหว่างผู้ค้า และ กทม. อย่างต่อเนื่อง พร้อมกล่าวยืนยันว่ารัฐบาลยินดีเป็นตัวกลางในการประสานและอำนวยความสะดวกทั้งภาคประชาชนและภาครัฐ

จากนั้น นายอนุชาและคณะ ได้เดินทางไปพบปะองค์กรภาคีเครือข่ายผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงภาคประชาชนแห่งประเทศไทย ซึ่งได้รวมตัวกันและแสดงการคัดค้านต่อประกาศของ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ฉบับวันที่ 22 มิถุนายน 2564 โดยไม่เห็นด้วยต่อการลดกำลังส่งจาก 500 วัตต์ ลงเหลือ 50 วัตต์ โดยมองว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่มีความจำเป็น รวมถึงก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ประกอบการทั่วประเทศ ขณะที่สถานีวิทยุคลื่นหลักไม่ต้องลดกำลังส่ง เพื่อรอการประมูลในปี 2567 ซึ่งมองว่าไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการวิทยุชุมชน จึงได้มีการรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องและยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา และช่วยกำชับให้ กสทช. พิจารณาการจัดสรรคลื่นความถี่อย่างเป็นธรรมและโปร่งใส

นายอนุชา กล่าวว่า กรณีที่ประชาชนเกิดความขัดแย้งกับหน่วยงานอิสระ รัฐบาลจะเข้ามาช่วยเหลือโดยประสานและ ไกลเกลี่ยให้ ซึ่งนายกฯได้ให้ความสำคัญกับเครือข่ายการสื่อสารทุกรูปแบบ โดยเฉพาะวิทยุชุมชนที่มีความใกล้ชิดประชาชนในระดับท้องถิ่น และเข้าใจในความเดือดร้อนขององค์กรเครือข่ายผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงฯ ที่มีอยู่กว่า 4,000 สถานีทั่วประเทศ พร้อมกับแสนอให้ กสทช. ผู้แทนองค์กรเครือข่ายผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงฯ และสำนักนายกรัฐมนตรีมาหารือร่วมกันอีกครั้ง เพื่อเร่งแก้ไขปัญหานี้โดยเร็ว

“ทุกปัญหา ทุกความเดือนร้อนของประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ รับทราบปัญหาพร้อมแสดงความห่วงใย ยืนยันนายกฯไม่ได้นิ่งนอนใจ เพิกเฉยต่อความเดือดร้อนของประชาชนในทุกๆ เรื่อง กำชับให้รัฐบาล และส่วนราชการติดตามแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด” นายอนุชา กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon