“องอาจ” ชี้ สูตรเลือกนายกฯตามรธน. รัฐบาลควรมีเสียงส.ส.หนุนเกิน 250 เสียงถึงจะทำงานราบรื่น ระบุ เร็วเกินไปหากถามหานายกฯคนนอก
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มีบางฝ่ายที่ยังคาใจไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และมองว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะทำให้มีนายกรัฐมนตรีคนนอก ตนขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ถึงแม้จะไม่เห็นด้วยหรือเห็นด้วยก็ตาม เพราะมีคำวินิจฉัยออกมาแล้วทุกภาคส่วน ทุกองค์กรต้องปฏิบัติตาม ตนเชื่อว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้วินิจฉัยเพื่อให้เกิดผลอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่น่าจะวินิจฉัยไปตามเนื้อหามากกว่าเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติบ้านเมือง ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะทำให้มีนายกรัฐมนตรีคนนอกนั้น เห็นว่ายังเร็วเกินไปที่จะด่วนสรุป เพราะวันนี้รัฐธรรมนูญก็ยังไม่ประกาศใช้ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) พรรคการเมือง และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ก็ยังไม่มี จึงยังไม่รู้ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร ดังนั้น การด่วนสรุปว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะทำให้ไม่ได้นายกรัฐมนตรีจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง แต่จะได้จากคนนอกนั้นจึงเร็วเกินไป
“รัฐธรรมนูญจะบัญญัติให้มีสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) จากการแต่งตั้ง ขั้นตอนสุดท้ายโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) 250 คนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ เพียงหาจำนวนส.ส. จากสภาผู้แทนราษฎร อีกเพียง 126 คน ก็จะทำให้ได้เสียงเกินครึ่งของสมาชิกรัฐสภา ก็สามารถมีนายกรัฐมนตรีจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่การที่รัฐบาลจะบริหารงานได้ราบรื่น ควรมีส.ส.สนับสนุนเกิน 250 คนน่าจะปลอดภัยกว่า เพราะการบริหารงานของรัฐบาลที่ราบรื่นควรมีเสียง ส.ส. เกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร คือ เกิน 250 คน ก็จะช่วยให้รัฐบาลสามารถผ่านกฎหมายได้ ผ่านงบประมาณได้ ผ่านอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ เนื่องจากเวลารัฐบาลบริหารงานไม่มีเสียงของ ส.ว. 250 คน มายกมือสนับสนุนด้วยเป็นเรื่องของรัฐบาล กับส.ส.ที่จะทำงานบริหารประเทศ เพราะฉะนั้น การมี ส.ว. สนับสนุนนายกรัฐมนตรีคนนอกถึง 250 คนก็ยังไม่เพียงพอ ต้องได้เสียงสนับสนุนจากส.ส. เกิน 250 คน ด้วยถึงจะช่วยทำให้นายกรัฐมนตรีทำงานได้ จึงยังไม่มีอะไรแน่นอนขณะนี้ว่า นายกรัฐมนตรีหลังจากการเลือกตั้งจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนนอก หรือ นายกรัฐมนตรีจากบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง” นายองอาจ กล่าว
นายองอาจ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นว่า ถ้าเลือกนายกรัฐมนตรีไม่ได้ อาจใช้ มาตรา 44 สั่งให้ยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ตามรัฐธรรมนูญกำหนดนั้น ตนไม่มองว่า เป็นการขู่แต่อย่างใด นายวิษณุคงชี้ให้เห็นถึงขั้นตอนของกฎหมาย และอำนาจที่รัฐบาล คสช. มีอยู่ คือ มาตรา 44 ที่ยังสามารถใช้ได้ตราบเท่าที่ยังไม่มีรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้ง แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาล และ คสช. ก็ต้องพิจารณาด้วยว่า เหมาะสมหรือไม่ ที่จะทำเช่นนั้น และกรณีที่เราจะหานายกรัฐมนตรีไม่ได้หลังการเลือกตั้ง ก็ยังคงไม่เกิดขึ้นง่ายๆ จึงไม่ควรไปวิตกกังวลล่วงหน้าจะดีกว่า

