ปลอดประสพถามรัฐบาล อายไหม? เขาไม่เชิญร่วมประชุมประเทศประชาธิปไตย

ปลอดประสพถามรัฐบาล อายไหม? เขาไม่เชิญร่วมประชุม ประเทศประชาธิปไตย พร้อมแนะทางแก้ 

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี แสดงความเห็นกรณีข่าวไทยไม่ถูกทางสหรัฐเชิญร่วมประชุมเวทีประชาธิปไตย โดยระบุว่า

อายไหม เขาไม่เชิญร่วมประชุมประเทศประชาธิปไตย คนไทยไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน สหรัฐจัดประชุมสุดยอดประเทศประชาธิปไตย 110 ประเทศทั่วโลก แต่ไม่เชิญประเทศไทย (คงไม่ได้พิมพ์ตกแน่ๆ) เห็นว่ามีนักข่าวพยายามถามนายกฯ แต่ท่านไม่ตอบ ที่จริงคำอธิบายไม่ใช่เรื่องยากอะไร คำตอบก็คือเราในสายตาต่างชาติเขาไม่เห็นเป็นประเทศประชาธิปไตยนั่นเอง หากถามต่อไปว่า แล้วไม่เป็นประชาธิปไตยตรงไหนบ้าง ตอบง่ายมากครับ ก็ไอ้ที่ภาคประชาชนเขาเพิ่งขอแก้ไขทั้งหมดนั่นแหละครับใช่ทั้งนั้น ดังนั้น พรรคใดก็ตามหรือนักการเมืองใดก็ตามที่ปฏิเสธการแก้ไขคราวที่แล้วต้องถือว่าไม่ใช่นักประชาธิปไตยทั้งนั้น เผลอๆ อาจเรียกว่าพวกใฝ่อำนาจนิยมก็ยังพอไหว

แล้วเราควรจะทำอย่างไรต่อไปดี ก็แก้ไขสิครับไม่เห็นจะต้องคิดมากอะไรกันเลย แล้วจะแก้ตอนไหนล่ะ ก็แก้ตอนนี้พร้อมๆ กับแก้เรื่องบัตรเลือกตั้งสองใบไปเลยไง วิธีการก็คือพรรคและผู้แทนราษฎรทั้งหมดร่วมกันเสนอญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร.มาทำการร่างรัฐธรรมนูญเสียใหม่ พวกเราก็ยอมหลับหูหลับตาปล่อยคุณประยุทธ์ท่านอยู่เป็นนายกฯไปอีกสักปี แล้วก็ยุบสภาเพื่อทำการเลือกตั้ง โดยถือโอกาสให้ประชาชนเลือก ส.ส.ร.ไปพร้อมกันเลยจะได้ไม่ต้องเสียงบประมาณเลือกตั้งถึงสองครั้ง

ส.ส.ร.ก็ไม่ควรใช้เวลาเกินปีในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และตามขบวนการก็คงจะต้องมีการขอประชามติอีก ซึ่งรวมแล้วทั้งหมดก็ไม่ควรเกิน 2 ปี ในขณะที่รัฐบาลใหม่ซึ่งจะปฏิบัติหน้าที่มา 2 ปีแล้ว ก็ควรถือโอกาสยุบสภาเพื่อเลือกตั้งเสียใหม่ตามรัฐธรรมนูญใหม่เสียเลย เท่านี้ก็ Happy Ending ฟังดูง่ายดีไหมครับ ยิ่งตามเงื่อนเวลา 2 ปีที่ผมพูดถึงนี้จะเท่ากับระยะการหมดเวลาของวุฒิสภาชุดนี้เช่นเดียวกัน (จะได้หมดเวร หมดกรรมกันเสียที)

ขอเรียนย้ำว่ารัฐธรรมนูญฉบับอยากอยู่นานฉบับนี้ เป็นปัญหาต่อการบริหารบ้านเมืองและการอำนวยการยุติธรรมจริงๆ เป็นรัฐธรรมนูญที่ “พิลึก” ซึ่งเป็นคำพูดที่ผมเคยพูดในวาระแรกที่ กกต.เชิญผู้แทนทุกพรรคการเมืองไปแสดงความเห็น ซึ่งผมยังจำได้ดีถึงสายตาของท่านผู้ร่างที่ถลึงตาใส่ผมดังปานจะกินเลือดในวันนั้น

ผมคงต้องถือโอกาสขอบคุณฝ่ายเจ้าภาพสหรัฐอเมริกาที่เป็นกรรมการกลาง (ระดับโลก) ช่วยวินิจฉัยให้มาตรฐานการเป็นประชาธิปไตยของประเทศไทยในครั้งนี้ (ขอยืนยันว่าผมชอบรับประทานอาหารจีนมากกว่าอาหารฝรั่งนะครับ) พร้อมๆ กับอยากติงท่านที่ชอบพูดถึงประชาธิปไตยแบบไทยๆ ว่า ควรจะลดความดื้อรั้นลงได้แล้ว การเป็นประชาธิปไตยจริงๆ นะมันไม่ได้บั่นทอนอำนาจอะไรหรือขององค์กรใดเลย ตรงกันข้ามกลับทำให้อำนาจต่างๆ ที่มีอยู่เกิดความมั่นคงสถาพรต่างหาก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon