เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ก่อกระแสให้เกิดนายกรัฐมนตรีคนนอกว่า เชื่อว่าสุดท้ายใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี อยู่ที่การตัดสินใจของประชาชน ซึ่งเชื่อว่าประชาชนจะใช้ทุกสูตร เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง เพราะมีคุณสมบัติ 3 ด้าน คือ 1.คนดี 2.ซื่อสัตย์ และ 3.มีความสามารถ ซึ่งถือว่าเหมาะสมที่สุดในสถานการณ์บ้านเมืองยุคเปลี่ยนผ่านเช่นนั้น ขณะที่นักการเมืองคนอื่นๆ ที่เสนอตัวเป็นนายกฯไม่มีใครคุณสมบัติครบทั้ง 3 ข้อ ขณะนี้กระแสสังคมอาจจะบอกว่า พล.อ.ประยุทธ์จะได้รับเลือกตั้งเป็นนายกฯคนนอกอีกครั้ง แต่ก็อย่าเพิ่งไว้วางใจอย่างเด็ดขาด เพราะหากภายหลังการเลือกตั้ง สมมุติว่าสองพรรคใหญ่ได้คะแนนเสียงรวมกันเกิน 376 เสียง หรือเสียงเกินกึ่งหนึ่งที่จะสนับสนุนผู้เหมาะสมเป็นนายกฯ จากจำนวน 750 เสียงของรัฐสภา ก็เชื่อได้ว่าสองพรรคใหญ่จะจับมือร่วมกันเป็นรัฐบาล โดยพรรคเพื่อไทย (พท.) จะเทคะะแนนให้พรรคอันดับสองได้เป็นนายกรัฐมนตรี ตามบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง และพรรค พท.ก็จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล คอยถ่วงดุลพรรคการเมืองที่ได้เป็นนายกฯในฝ่ายนิติบัญญัติ อย่างเช่นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากพรรคอันดับที่สองไม่สนองนโยบาย เพราะพรรค พท.เชื่อว่าจะมีคะแนนเสียงในสภาเป็นอันดับหนึ่ง
“ในช่วงนี้แม้จะเห็นข่าวว่าสองพรรคใหญ่ประกาศไม่มีทางจับมือกันแน่นอน ก็อาจเป็นเพียงละคร เพราะพวกเขาไม่ต้องการให้เสียคะแนนนิยม แต่หากผลการเลือกตั้งออกมาสองพรรคใหญ่เกิน 376 คน รับรองร่วมมือเป็นรัฐบาลแน่นอน และจะมีข้ออ้างกับสังคมตามมาเพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตัวเองได้ในที่สุด นอกจากนี้ ยังมีอีกสูตรเพื่อป้องกันความขัดแย้งของสองพรรคใหญ่ ก็อาจจะให้คนจากบัญชีพรรคการเมืองของพรรคขนาดกลาง ที่สองพรรคใหญ่ยอมรับได้ขึ้นเป็นนายกฯก็ได้ ดังนั้น ในฐานะพรรคประชาชนปฏิรูป จึงขอตรวจสอบถ่วงดุลสองพรรคการเมืองใหญ่เพื่อไม่ให้เกิดการจับมือกันได้สำเร็จ พร้อมผลักดันนายกฯคนนอก ก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ให้เป็นนายกฯอีกสมัยได้สำเร็จ โดยในวันเลือกตั้งในอนาคต จึงอยากขอร้องให้ประชาชนหากใครต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกครั้ง ก็อย่าเลือกผู้สมัคร ส.ส.จากพรรคการเมืองใหญ่ให้เข้ามาจำนวนมาก” นายไพบูลย์กล่าว

