‘นิกร’ เผย ทีมยกร่าง กม.ลูกพรรคร่วม ยังไม่เคาะใช้แบบไหน ให้แต่ละพรรคคุยก่อน

“นิกร” เผย คณะทำงานยกร่าง กม.ลูกพรรคร่วม รบ. ยังไม่เคาะใช้แบบไหน ให้แต่ละพรรคคุยก่อน จ่อ เสนอร่างให้ “ชวน” สัปดาห์ที่ 3 เดือนหน้า

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ พ.ร.ป.พรรคการเมืองของพรรคร่วมรัฐบาล ว่า เบื้องต้นคณะทำงานเพื่อเตรียมการยกร่างในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลได้พูดคุยกันว่าจะเสนอร่างถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในสัปดาห์ที่สามของเดือนธันวาคม ส่วนเรื่องการยกเลิกไพรมารีโหวตนั้น ได้มีการคุยกันว่าถ้อยคำมันต้องชัด คือเป็นไพรมารี่ ซีเล็กชั่น หรือการสรรหาเบื้องต้น ซึ่งได้เสนอให้มีการปฏิบัติได้ในฐานะพรรคการเมือง โดยหลักการหลักคือต้องทำให้ลึกซึ้งกว่า เช่น การจัดการบริหารพื้นที่ขึ้นมาเพื่อการเลือกตั้ง และเป็นการบริหารพื้นที่เพื่อการดูแลประชาชน เมื่อประชาชนเดือดร้อนก็สามารถใช้ตัวแทนพรรคประจำจังหวัดเป็นคนดูแล รวมถึงเมื่อถึงเวลาเลือกตั้งก็ให้เสนอชื่อมา

นายนิกรกล่าวต่อว่า ได้เสนอให้กลับไปใช้แบบเดิมครึ่งทางคือ ให้มีตัวแทนพรรคประจำจังหวัด โดยหนึ่งจังหวัดมีตัวแทนพรรคขึ้นมาแห่งเดียวก็พอ ไม่ต้องมีเขตเลือกตั้ง คือหากอยู่ในจังหวัดนั้นก็สามารถตั้งได้ จำนวนไม่ต้องมากนักอาจจะเป็น 100 กว่าคนตามเดิม โดยไม่จำเป็นต้องมาจากเขตเลือกตั้งเดียวกัน รวมถึงให้ตัวแทนพรรคประจำจังหวัดเสนอผู้สมัครในเขตต่างๆ ของจังหวัดนั้นมาแล้วแต่จำนวน อาจจะ 1-2 คนก็ได้ ส่งมาให้กรรมการสรรหา ซึ่งมาจากสาขาหรือตัวแทนประจำจังหวัดอยู่แล้ว เมื่อส่งมาที่กรรมการสรรหาแล้ว กรรมการสรรหาก็จะกรองแล้วเสนอชื่อไปให้กรรมการบริหารตัดสินใจเป็นไฟนัล ถ้าไม่เห็นด้วยก็ให้ตั้งกรรมการร่วมระหว่างกรรมการสรรหาและกรรมการบริหารตามกฎหมายเดิม

นายนิกรกล่าวด้วยว่า ในกรณีที่พรรคใดมีความพร้อมจะให้มีตัวแทนประจำเขตก็ได้และจะมีการเลือกตั้งกันเองก่อนก็ได้ หรือจะมีไพรมารี่ อีเล็กชั่นก่อนก็ได้ แต่ไม่เป็นกฎหมายให้เปผ้นข้อบังคับพรรค ซึ่งเราไม่ได้ห้ามให้พรรคทำ พรรคใดจะทำก็เชิญแล้วแต่พัฒนาการของพรรคหรือลักษณะการบริหารจัดการพรรค สามารถทำได้มากกว่า ซึ่งข้างต้นในกรณีที่ยังมีตัวแทนพรรคประจำเขตเพื่อกำหนดเรื่องเลือกตั้งแบบเดิมจะต้องมีสมาชิกประมาณ 120 ต่อเขต หากเป็น 400 เขตจะต้องมีสมาชิกพรรคประมาณ 48,000 คน ซึ่งเป็นค่าสมาชิกจะอยู่ที่ 4,800,000 บาท ไม่รวมค่าประชุมและค่าต่างๆ ซึ่งจะทำให้พรรคเล็กยืนไม่ได้และมีความสิ้นเปลืองมาก ซึ่งไม่จำเป็น

“ในประเด็นนี้ผมได้เสนอในที่ประชุมคณะทำงานแล้ว เป็นความเห็นที่เสนอรวมไป แต่ยังไม่ตัดสินว่าจะกลับมาใช้แบบใด ซึ่งได้ให้แต่ละพรรคกลับไปคุยกันอีกครั้งก่อน และในสัปดาห์หน้าวันพุธและพฤหัสบดีจะมีการพูดคุยกันอีกครั้ง” นายนิกรกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon