หน้าแรก การเมือง กก.ยุทธศาสตร์...

กก.ยุทธศาสตร์ฯ พท. ถกนัดแรก กางเป้าหมาย ‘แลนด์สไลด์’ ปัดข่าว ‘บิ๊กเนม’ ย้ายเข้า

29.11.21 | 14:36 น.

‘กก.ยุทธศาสตร์ฯ เพื่อไทย’ ประชุมนัดแรก กางเป้าหมาย ‘แลนด์สไลด์’ เตรียมสู้ศึกเลือกตั้ง ปัดข่าว ‘บิ๊กเนม’ ย้ายเข้า ย้ำเปิดรับทุกคนที่อุดมการณ์เดียวกัน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 พฤศจิกายน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรค พท. เป็นนัดแรก โดยมี นายชัยเกษม นิติสิริ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรค พท. เป็นประธานการประชุม โดยมีผู้ร่วมประชุม อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรค นายเกรียง กัลป์ตินันท์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นายวิทยา บุรณศิริ นายประยุทธ์ ศิริพานิช นางนลินี ทวีสิน พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ และนายวราวุธ ยันต์เจริญ

จากนั้นเวลา 12.10 น. นายชัยเกษมแถลงภายหลังการประชุมว่า วันนี้เราได้ประชุมวางกรอบการทำงานเรื่องต่างๆ ซึ่งวันนี้กำหนดเบื้องต้น 3 เรื่อง คือ 1.ยุทธศาสตร์ของพรรคเราจะชูว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยมีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพราะมีเสียงสะท้อนจากประชาชนว่าปัจจุบันประชาธิปไตยเราไม่สมบูรณ์, เรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง โดยเฉพาะกับประชาชนระดับล่างที่มีความทุกข์ยากเกิดปัญหาฆ่าตัวตาย ซึ่งต้องได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐเพื่อให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น และเรื่องภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีระดับโลกที่ตกต่ำลง ทำอย่างไรเราจะกู้ศรัทธา และยืนอยู่บนเวทีโลกให้สง่างาม

นายชัยเกษมกล่าวว่า 2.มีการหารือกันในเรื่องของการเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นทางออก และหลีกเลี่ยงไม่ได้ เชื่อว่าจะเกิดขึ้นในเวลาไม่นานนี้ เพราะประชาชนเริ่มทนไม่ได้ วันนี้พรรคเพื่อไทยคิดว่าเราจะต้องชนะการเลือกตั้งให้ได้เสียงมากที่สุดเพื่อที่จะได้เข้ามาเป็นรัฐบาล แล้วคืนอำนาจให้กับประชาชนในการบริหารประเทศ และ 3.การเตรียมการนโยบายต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง โดยเริ่มจากการจัดหาผู้สมัคร ส.ส.ทั้งแบบเขต 400 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ต่อมาคือ การเตรียมนโยบายให้สอดล้องกับภารกิจทั้งการสร้างประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง การกู้ปัญหาเศรษฐกิจ และกู้ศรัทธาในเวทีโลก นอกจากนี้ ยังได้มีการคุยกันถึงการทำงานในสภา โดยต่อไปนี้ พรรค พท.จะมีความเข้มข้นในสภามากขึ้นทั้งการเสนอกฎหมาย และการตั้งกระทู้ ต้องเข้มแข็ง และทำเพื่อประชาชน สุดท้ายคือการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เราไม่ได้แข่งกับฝ่ายประชาธิปไตย แต่เรากำลังสู้กับเผด็จการซึ่งต้องใช้ความพยายายาม โดยต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้ทราบถึงทิศทางว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลง

ด้านนายประเสริฐกล่าวว่า ต่อไปนี้ทั้งงานในสภาและงานนอกสภาจะมีความเข้มข้นมากขึ้น ส่วนการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งวันนี้ พรรค พท.เตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งแล้ว โดยเราได้จัดทั้งผู้สมัคร และองคาพยพต่างๆ ของพรรคไว้เรียบร้อยแล้ว เราพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าจะเกิดขึ้นตอนไหน

Advertisement

เมื่อถามถึงกรณีบิ๊กเนมที่จะเข้ามาอยู่กับพรรค พท. รวมถึงกระแสข่าวกรณีกลุ่ม 3 มิตร จะกลับมาพรรค พท. นพ.ชลน่านกล่าวว่า นโยบายของพรรค พท.เปิดกว้าง และเปิดรับทุกฝ่ายที่จะเข้ามาทำงานกับพรรค พท. ภายใต้นโยบายของพรรค พท. โดยจะต้องมีอุดมการณ์เดียวกันกับพรรค ส่วนกระแสข่าวเรื่อยบิ๊กเนมที่เข้ามา ตนในฐานะหัวหน้าพรรคขอเรียนว่ายังไม่ได้มีการพูดคุยกันโดยตรงในกรณีดังกล่าว เพราะพรรค พท.มีกระบวนการสรหาผู้สมัคร โดยผ่านคณะกรรมการแต่ละโซน และคณะกรรมการสรรหาของพรรค ถ้าจะมีบิ๊กเนมเข้ามาหรือไม่อย่างใดก็ต้องผ่านกระบวนการนี้

เมื่อถามว่าด้วยความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะทำให้ ส.ส.เก่าที่เคยอยู่กับพรรค พท. ย้ายจาก พปชร.กลับมาพรรค พท.หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า คำถามนี้ต้องไปถามเขาว่าเขาอยากอยู่กับเราหรือไม่อย่างไร แต่ต้องมีอุดมการณ์เดียวกัน เพราะเราต้องการระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่แท้จริง และหากพร้อมสู้กับเผด็จการเราก็ยินดี

เมื่อถามว่ายุทธศาสตร์การเลือกตั้งครั้งหน้าของพรรค พท.ปักธงพื้นที่ไหนเป็นพิเศษ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เราจะส่งผู้สมัครทั้ง 400 เขต โดยเป้าหมายเราในเชิงยุทธศาสตร์คือแลนด์สไลด์ เราต้องการชนะเลือกตั้งแบบถล่มทลายทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เข้มแข็งเดิม ส่วนกรณีที่หลายพรรคเจาะพื้นที่ภาคอีสานนั้น เราไม่กังวลเรื่องการทำงาน เพราะมีฐานเสียงในแต่ละพื้นที่ไม่น้อยกว่า 35% เรามั่นใจว่าจะได้รับการตอบสนองจากพี่น้องประชาชน

“เราเชื่อว่าเขตที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้พรรคเพื่อไทยมีโอกาสชนะเพิ่มขึ้นด้วย แต่สิ่งที่เรากังลคือวิธีการเลือกตั้งที่ไม่ปกติภายใต้ระบอบประชาธิปไตยที่ไม่สมบูรณ์ที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ต่างหาก ทั้งการใช้อำนาจรัฐ ยกตัวอย่าง วันนี้ในพื้นที่จังหวัดน่าน รองนายกฯที่ชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้เอาโครงการสร้างถนน สร้างสะพานมาขายให้ประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของอำนาจเงิน และอำนาจจัดการที่สามารถพลิกคะแนนของเราได้ตลอดเวลา” นพ.ชลน่านกล่าว