สีสันครบรส ศึกชิงเก้าอี้ อบต.

สีสันครบรส ศึกชิงเก้าอี้ อบต.

ควันหลงการเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 7-8 ปี หลังการรัฐประหาร ทำให้เกิดบรรยากาศเก่าๆ แต่ละพื้นที่กลับมาอีกครั้ง

มีประชาชนตื่นตัวออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งคึกคักแทบทุกตำบล ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้สูงวัย ยังมีลูกหลานพามาลงคะแนน ผลการเลือกตั้งนอกจากจะได้นายกคนเก่านั่งบริหารตำบลต่อไป หลายพื้นที่ก็ได้นายก “ป้ายแดง” เข้ามา แชมป์เก่าหลายสมัยหลายพื้นที่ไม่สามารถกลับเข้ามารักษาเก้าอี้ตัวเดิม ผลคะแนนก็มีทั้งทิ้งห่างขาดลอย คะแนนสูสี และชนะกันแบบเฉียดฉิวไปจนถึงขั้นต้องจับสลากหาผู้ชนะ

การเลือกตั้งนายก อบต.วังน้ำคู้ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เรียกเสียงฮือฮาจากคนในพื้นที่ จ่าสิบเอก พินิจ อาจคิดการ หรือลุงอี๊ด อายุ 68 ปี ผู้สมัครนายก อบต.หมายเลข 1 กับ นายวิเศษ ยาคล้าย อดีตนายกคนล่าสุด หมายเลข 2 ได้ 1,213 คะแนนเท่ากันอย่างเหลือเชื่อ กกต.ต้องจับสลากหาหนึ่งเดียวที่จะมาบริหารพื้นที่ จ่าสิบเอกพินิจมากับดวงจับสลากเป็นผู้ชนะ ถูกบันทึกใน พ.ศ.นี้ว่าเป็นการจับสลากหานายก อบต.แห่งแรกของพิษณุโลก และของประเทศไทย

ลุงอี๊ดไม่ปิดบังเคล็ดหลังรู้ตัวว่าต้องจับสลากวัดดวง เลยไปบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดในจังหวัด ทั้งพระพุทธชินราช ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ศาลหลักเมือง และศาลพระเจ้าตากที่บ้านปากพิงตะวันตกและไปไหว้เจ้าที่เจ้าทางใน อบต.วังน้ำคู้ก่อนถือเคล็ดเดินไปเหยียบห้องทำงาน นายก อบต. ก่อนเข้าจับสลากและก็เป็นผู้โชคดีในที่สุด

มาดูการเลือกตั้ง อบต.ที่ จ.อุทัยธานี ทั้ง 49 แห่ง มีคนไปใช้สิทธิสูงถึง 74.5 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 151,921 คน จากยอดผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 203,922 คน มีผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบต. 94 คน และผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิก 1,155 คน แต่ที่เกิดปัญหาคือการเลือกตั้ง อบต.เกาะเทโพ อ.เมืองอุทัยธานี ผู้ที่ชนะการเลือกตั้งได้คะแนนเหนือกว่าผู้แพ้เพียงโหวตเดียวเท่านั้น

โดย น.ส.มะลิ อินทร์เอม อายุ 65 ปี ได้ 698 คะแนน เหนือกว่า น.ส.จุฑาภัค หนองไผ่ อายุ 53 ปี ที่ได้ 697 คะแนน ส่วนผู้สมัครอีก 2 ราย ไม่มีลุ้นใดๆ ผลเลือกตั้งที่ออกมา ทำให้ น.ส.จุฑาภัคเดินหน้าร้องแจ้งความขอให้นับคะแนนใหม่ทันที และยังหอบหลักฐานถูกใบปลิวโจมตีจนเสียชื่อเสียงที่โรงพักเมืองอุทัยธานีด้วย

หากข้อร้องเรียนไม่บังเกิดผลใดๆ น.ส.มะลิจะกลายเป็นนายก อบต.เกาะเทโพ คนแรกที่ชนะการเลือกตั้ง 2 สมัย

น.ส.จุฑาภัคเผยว่า นอกจากขอนับคะแนนใหม่แล้ว ยังกังวลว่าหีบบัตรเลือกตั้งถูกเก็บไว้ที่ อบต.เกาะเทโพ อยากให้มาเก็บไว้ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุทัยธานี แต่ทาง อบต.แจ้งว่า เป็นสิทธิของ กกต.จังหวัดที่จะดำเนินการ ก่อนจะไปร้องที่ กกต.จังหวัด แต่ กกต.จังหวัด บอกว่าตรงนี้เป็นสิทธิของ กกต.ตำบลที่จะดำเนินการ ทำให้ต้องเข้าแจ้งความกับตำรวจโดยตรง บอกว่ามีหลักฐานยืนยันแต่ขอเก็บไว้เป็นความลับก่อน

ขณะที่นครพนมก็ตกเป็นข่าว พิชญา โพชราษฎร อายุ 47 ปี หรือแพนต้า สาวข้ามเพศเบียดแทรกเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งนายก อบต.ท่าค้อ อ.เมืองนครพนม

เจ้าตัวเผยว่า ก่อนหน้านี้เป็นสารวัตรกำนันช่วงปี 2561-62 อยากทำงานเพื่อสังคม ทำให้รับรู้ปัญหาชุมชนมาตลอด รวมถึงความต้องการจนกระทั่งมีการเลือกตั้ง อบต. แรงหนุนชาวบ้าน อสม. และผู้นำท้องที่ต่างก็เชียร์ให้ลงแข่งขัน ส่วนตัวจึงตัดสินใจลงสมัครเพราะที่ผ่านมาก็ทุ่มเทไม่หวังผลประโยชน์อยู่แล้ว จึงตัดสินใจเป็นทางเลือกให้ชาวบ้านพิจารณา เพราะตั้งใจมุ่งมั่นอยากพัฒนาท้องถิ่นให้ดีขึ้น

“การขอคะแนนเสียงก็ใช้วิธีเดินเข้าหาชาวบ้านทุกหลังให้มากที่สุด ให้รู้ว่าได้ลงสมัครนายก อบต.แล้ว ทำอย่างนี้ทุกวัน หาเสียงไม่มีวันหยุด กระทั่งผลการลงคะแนนก็ได้รับความไว้วางใจอย่าล้นหลาม จนชนะการเลือกตั้ง แม้ด้วยชีวิตส่วนตัวที่เป็นสาวข้ามเพศจะเป็นอุปสรรคหรือไม่ สุดท้ายเสียงจากมหาชนก็พิสูจน์ให้เห็นว่า ไม่มีเส้นกั้นระหว่างเพศ หากมุ่งมั่นจริงใจทำงานเพื่อส่วนรวม

“หากเข้าไปบริหารงานจะขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ตามนโยบายที่วางไว้ เน้นการดูแลทุกข์สุขของประชาชน เข้าถึงประชาชน และมีความใกล้ชิด ทำงานไม่หวังผลตอบแทน ควบคู่กับการพัฒนาการกีฬาแก้ปัญหายาเสพติด ส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ที่สำคัญจะใช้ทรัพยากรท้องถิ่นที่มีมาเป็นปัจจัยพื้นฐานในการพัฒนาให้มากที่สุด” แพนต้ากล่าว
หลังจากนี้ต้องมาดูกันต่อว่า ไม่ว่าพื้นที่ อบต.ไหนจะได้แชมป์เก่าหรือคนใหม่มาแทนที่ ผู้บริหารเหล่านี้จะทำตามนโยบายที่ใช้หาเสียงหรือไม่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon