นายกฯวอน ปชช.อย่ากังวล ‘โอไมครอน’ ย้ำยังไม่ใช้ยาแรงปิดประเทศ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 ธันวาคม ที่สโมสรกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การติดตามเชื้อกลายพันธุ์โอไมครอน ในส่วนของประเทศไทย ว่า เรื่องนี้ตนเป็นคนแจ้งเตือนเอง หลังจากได้รับทราบข่าวจากเว็บไซต์ต่างประเทศ เป็นสิ่งที่น่าชมเชยที่หน่วยงานของไทย เมื่อรับนโยบายไปแล้ว ก็ตอบสนองโดยทันที ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณะสุข ศบค. ครม. เพื่อให้ความสำคัญในเรื่องนี้ จึงต้องขออภัยในกรณีที่คิดว่าหลายอย่างเราจะทำได้ แต่เมื่อมีเชื้อใหม่อุบัติขึ้นมา เราก็ต้องมีมาตรการขึ้นมารองรับ และวันนี้เราก็ยังไม่ได้ข่าวว่ามีผู้ติดเชื้อในประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตาม เชื้อตัวเดิมเราก็ต้องระวังอยู่ เพราะคิดว่าคงต้องระวังกันทั้งโลก สำคัญคือจะทำอย่างไรเราจะต้องระมัดระวังตัวเองกันให้มากที่สุด เข้าใจดีถึงความเป็นอยู่ของประชาชนที่ต้องการอิสระ ต้องการเดินทาง ต้องการความสนุกสนาน แต่ถ้าเราไม่ช่วยกัน ไม่ว่าโรคอะไรเราก็ต้านทานไม่ได้ ถ้าเราไม่มีวินัยของเราเอง จึงต้องขอร้อง โดยเฉพาะเรื่องการเข้ามารับการฉีดวัคซีน อย่าไปกังวลว่าเมื่อมีเชื้อตัวใหม่เข้ามาแล้วไม่ฉีด จะรอวัคซีนใหม่ ขณะที่เชื้อเก่ายังอยู่ เราต้องระวังทุกเชื้อที่เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงการผ่อนคลายมาตรการกิจการกิจกรรมผับ บาร์ คาราโอเกะ นายกฯกล่าวว่า อาจจะต้องมีขยับออกไปบ้าง ก็ต้องขออภัย บอกแล้วอยากให้นึกถึงคนอื่นด้วย เห็นใจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวถือว่าสำคัญที่สุด แต่ถ้าเราไม่ทำแบบนี้ก็จะล้มเหลวทั้งหมด และรัฐบาลก็จะกลายเป็นรัฐบาลที่ไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น มันจึงจำเป็น ไม่มีใครอยากจะทำตรงนี้หรอก ดังนั้น จึงขอขยับออกไปก่อนรอดูสักเดือนหนึ่งก่อน และเรื่องนี้ก็ต้องฟังหมอและสาธารณสุข ตนเองก็ได้สั่งให้พิจารณาเรื่องการเยียวยากิจการกิจกรรมเหล่านี้เป็นการชั่วคราวไปก่อน อันไหนที่เปิดได้ก็มีอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นสถานที่ปิดมีคนเข้าไปเป็นจำนวนมากและมีการดื่มสุราถือว่าเสี่ยงสูงก็ขอเอาไว้ก่อน ซึ่งเรื่องการเยียวยาก็จะนำเข้า ครม.ในเร็วๆ นี้

เมื่อถามถึงการติดตามตัวนักท่องเที่ยว 252 คน เพื่อให้เข้ารับการตรวจเชื้อแบบ RT-PCR นายกฯกล่าวว่า กำลังติดตามอยู่ คนที่อยู่ในพื้นที่ ถ้ารู้ก็ให้ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่

ผู้สื่อข่าวถามว่า การแพร่ระบาดในหลายประเทศรอบประเทศไทยในขณะนี้ จะทำให้เราจำเป็นจะต้องใช้ยาแรงหรือถึงขั้นปิดประเทศหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า “ยังๆ ตอนนี้มีการคัดกรองแบบ RT-PCR อยู่แล้ว และมีการกักตัวไว้ชั่วคราว จนกว่าจะทราบผล RT-PCR ส่วนตรวจแบบ ATK ต้องยกเลิกไปก่อนถือว่ายังไม่ปลอดภัยในขณะนี้ ซึ่งอาจจะทำให้ลำบากกันขึ้นมานิดหน่อย แต่เราก็ต้องมองทั้ง 2 ทาง ทั้งเรื่องการท่องเที่ยวและเรื่องเศรษฐกิจ รวมถึงเรื่องความปลอดภัยไปด้วย นี่คือความยากง่ายในการทำงาน เราไม่สามารถทำอะไรให้มันง่ายๆ ได้ คนเป็นร้อยกว่าจะคิดมาตรการออกมาได้ กว่าจะมาถึง นายกรัฐมนตรีที่จะตัดสินใจ อาจจะมีความต้องการด้านหนึ่ง แต่อีกด้านหนึ่งคือด้านสาธารณสุขที่เราก็ต้องดู

นายกฯกล่าวว่า ดังนั้นในเรื่องของโควิดฟรีเซตติ้ง เราต้องใช้ ผู้ประกอบการจะต้องศึกษาเรื่องนี้ ทั้งผู้ให้บริการ และผู้รับบริการ สถานประกอบการไหนพร้อมก็ติดป้ายเอาไว้ว่าปลอดภัยจากโควิด-19 เป็นการรับรองสถานประกอบการนั้นๆ เราจะต้องช่วยกันขยายความแบบนี้ อย่าเอาความเดือดร้อนมาพูดอย่างเดียวแล้วบอกว่ารัฐบาลไม่ได้ช่วยอะไร มันก็จะทำให้เกิดความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน งานก็จะเดินหน้าไปไม่ได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon