‘พิพัฒน์’ ยัน โอไมครอน ไม่กระทบเปิดประเทศ เผย ไม่พบนทท.ยุโรป-อเมริกาถอนการเดินทาง

‘พิพัฒน์’ ยัน โอไมครอน ไม่กระทบเปิดประเทศ เผย ไม่พบนทท.ยุโรป-อเมริกาถอนการเดินทาง

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 2 ธันวาคม ที่รัฐภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม หลังเปิดให้สมาชิกหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเรียบร้อยแล้ว เข้าสู่วาระการพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา โดยนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ส.ส.สตูล พรรคภูมิใจไทย ถามนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เกี่ยวกับการเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ผ่านมาว่ามีผลชี้วัดเป็นอย่างไร ส่งผลต่อตัวเลขทางเศรษฐกิจอย่างไรและมีแผนขยายขอบเขตโครงการนี้อย่างไรบ้าง เนื่องจากเชื่อว่าการเปิดประเทศเป็นสิ่งที่ทุกคนเฝ้ารอ ธุรกิจท่องเที่ยวทุกสาขาอาชีพเริ่มมีความหวังมากขึ้น แต่ขณะนี้เชื้อโควิด-19 เกิดสายพันธุ์ใหม่ คือสายพันธุ์โอไมครอน ซึ่งระบาดได้เร็วกว่าสายพันธุ์เดลต้า และขณะนี้ หลายประเทศเริ่มออกมาตรการยกระดับมาตรการป้องกันแล้ว จึงอยากทราบว่าทางกระทรวงฯประเมินสถานการณ์นี้และเตรียมแผนรับมือไว้อย่างไรเพื่อที่จะสร้างความมั่นใจในการท่องเที่ยวของประเทศ

ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ ชี้แจงว่า สำหรับปี 2565 เชื่อว่าจะมีรายได้จากการท่องเที่ยว ที่ 1.3 – 1.8 ล้านล้านบาท และมีนักท่องเที่ยวต่างชาติท่องเที่ยว ประมาณ 10 -15 ล้านคน โดยมีปัจจัยสำคัญคือการเปิดชายแดนเพื่อนบ้าน รวมถึงประเทศจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น เปิดประเทศ ส่วนการแพร่ของโควิดสายพันธุ์โอไมครอน ขอยืนยันว่าขณะนี้นักท่องเที่ยวชาวยุโรปและอเมริกายังไม่มีการถอนการเดินทาง ส่วนที่พบผู้ที่เดินทางมาจากทวีปแอฟริกา ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายนนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามตรวจสอบเพื่อให้ผู้เดินทางเข้ารับการตรวจหาเชื้อและตรวจสอบประวัติแล้ว และตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม ประเทศเราก็ไม่มีนักท่องเที่ยวจาก 8 ประเทศแถบแอฟริกาเดินทางเข้าประเทศ

ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับสายพันธุ์โอไมครอน จะคิดเป็นลบ หรือบวกก็ได้ ตราบใดที่ประเทศเราโดยกระทรวงสาธารณสุข และคนไทยทั้งชาติ รณรงค์ป้องกัน เมื่อผลที่กระจายข่าวออกไป จนถึงกลางเดือนธันวาคมเป็นอย่างเร็ว หรือสิ้นเดือนธันวาคมเป็นอย่างช้า หากผลออกมาในทิศทางที่ดี มั่นใจว่าจะทำให้มีการตัดสินใจว่าควรเดินทางมาเที่ยวในประเทศไทย เพราะจากการเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ พบว่าในจังหวัดติดเชื้อ 100 – 300 คน สำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ท่องเที่ยว จำนวน 6 หมื่นคน ติดเชื้อเฝ้าระวัง ระยะ 1-3 ประมาณ 200 คน หรือ 0.3% และไม่มีการแพร่ระบาดระหว่างกัน คือคนไทยติดหมู่คนไทย ส่วนต่างชาติที่เข้ามาในโครงการภูเก็ต ถูกคัดกรองและรับการรักษา นอกจากนั้น การเปิดท่องเที่ยว 1 – 30 พ.ย. มีนักท่องเที่ยว 1 แสนคน แต่มี 0.1% ที่ติดเชื้อ ตอบโจทย์ว่านักท่องเที่ยวในประเทศไทยดูแลตัวเองเป็นอย่างดี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon