กองทัพไทย เยี่ยมหน่วย ฉก.จงอางศึก เกาะติดนโยบาย รบ. สกัดแรงงานเข้าแดนไทย

กองทัพไทย ตรวจเยี่ยม ฉก.จงอางศึก ติดตามภารกิจสกัดแรงงาน ป้องโควิด-19 และสิ่งผิดกฎหมายชายแดน ตามนโยบายรัฐบาล

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม กองบัญชาการกองทัพไทย โดยกรมกิจการพลเรือนทหาร ได้จัดโครงการประชาสัมพันธ์สนับสนุนการจัดระเบียบชายแดน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ โดยมี พ.อ.อัษฎาวุธ ปันยารชุน ผู้บัญชาการหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก ให้การตอนรับ พร้อมบรรยายสรุปภาพรวมการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนของหน่วยและการปฏิบัติในพื้นที่สกัดผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตามช่องทางธรรมชาติ รวมถึงการใช้ยุทโธปกรณ์พิเศษในการลาดตระเวนช่วงเวลากลางคืน ตามนโยบายของรัฐบาลป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 รวมถึงสิ่งผิดกฎหมายตามแนวชายแดน

พ.อ.อัษฎาวุธกล่าวว่า ในห้วงตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 2 เดือน มีการจับกุมทั้งสิ้น 36 ครั้ง จำนวน 933 คน เฉพาะเดือน พ.ย. จับกุมได้ 600 กว่าคน ซึ่งคาดว่าสถานการณ์ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายจะลดน้อยลง เนื่องจากรัฐบาลเปิดลงทะเบียนแรงงานตามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ร่วมกันจาก 3 ประเทศ ผ่านช่องทางผ่านแดนที่กำหนดใน 5 จังหวัด โดยเริ่มต้นในวันที่ 1 ธ.ค.นี้

ทั้งนี้ ในปัจจุบัน ฉก.จงอางศึก จัดตั้งจุดตรวจแบบประจำที่ตลอด 24 ชั่วโมง 15 จุด และจุดเฝ้าตรวจแบบไม่ประจำที่ตลอด 24 ชั่วโมง ตามแผนที่มอบหมายให้ในแต่ละวัน นอกจากนั้นยังวางเครื่องกีดขวางปิดกั้น เช่น รั้วลวดหนาม, ประตูเหล็ก, ไม้ไผ่ (ขวาก) ทั้งในช่องทางหลัก  34 ช่องทาง และช่องทางธรรมชาติ 8 ช่องทาง ที่ได้ร่วมบูรณาการจัดสร้างขึ้น ตั้งแต่เมื่อปี 2563 อีกทั้งเสริมยุทโธปกรณ์พิเศษ

จากนั้นได้เดินทางไปยังจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร บูรณาการการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ศุลกากร สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ศูนย์บริหารงานจัดการด่านตรวจประมง เขต 6 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตำรวจตระเวนชายแดนและหน่วยงานอื่นๆ

สำหรับจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร เป็นช่องทางที่ไทย-เมียนมาใช้เป็นเส้นทางผ่านติดต่อไปมา และมีชื่อเสี่ยงในด้านการรบ การคมนาคมติดต่อค้าขาย ซึ่งถือเป็นส่วนที่แคบที่สุดของประเทศไทย โดยวัดจากชายฝั่งทะเลจรดชายแดนไทย-เมียนมาที่ด่านสิงขรระยะทางเพียง 12 กิโลเมตร ปัจจุบันบริเวณชายแดนไทย-พม่า ที่ด่านสิงขรมีตลาดค้าขายชายแดน จำหน่ายสินค้าพื้นเมืองทั้งของคนไทยและของเมียนมาได้แก่ เฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลักซึ่งเป็นงานฝีมือ เหมาะสำหรับเป็นของใช้และตกแต่งบ้าน ต้นไม้ต่างๆ รวมถึงเครื่องประดับที่ทำจากหินและพลอยหลากชนิด เป็นต้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon