หม่อมโจ้ลั่น ‘มันเหมือนสงครามโลก’ นำม็อบแสดงพลัง ‘ไม่เอาวัคซีนโควิด’ หน้าสถานทูตออสเตรเลีย

หม่อมโจ้ลั่น ‘มันเหมือนสงครามโลก’ นำม็อบแสดงพลัง ‘ไม่เอาวัคซีนโควิด’ หน้าสถานทูตออสเตรเลีย

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม สืบเนื่อง ม.ล.รุ่งคุณ กิติยากร หรือหม่อมโจ้ บุตรชายของ “อาภัสรา หงสกุล” นางงามจักรวาลคนแรกของไทย พร้อมด้วยประชาชนกว่า 100 คน รวมตัวชูป้ายภาพข่าวและข้อความ ที่หน้าสีลมคอมเพล็กซ์ ก่อนเดินขบวนไปปราศรัยหน้าทางเข้าสวนลุมพินี เพื่อคัดค้านการบังคับฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดยเริ่มกิจกรรมตั้งแต่เวลาประมาณ 12.50 น.นั้น

อ่านข่าว : ชูภาพข่าวกลางสีลม ค้าน ‘บังคับฉีดวัคซีน’ ยันสิทธิในร่างกาย ร่อนใบปลิว-เดินขบวนสู่สวนลุม

ต่อมาเวลา 16.37 น. ภายหลังผู้ร่วมกิจกรรมสลับขึ้นกล่าวปราศรัยถึงอันตรายของการฉีดวัคซีน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ม.ล.รุ่งคุณกล่าวว่า เราจะไปสถานทูตออสเตรเลียต่อ เนื่องจากเป็นประเทศที่โดนหนักในเรื่องบีบบังคับ คนที่ไม่รับ (วัคซีน) ตอนนี้ก็กลายเป็นเหมือนอาชญากร ถูกปฏิบัติอย่างอาชญากร นอกจากออสเตรเลีย ยังเกิดขึ้นหลายประเทศทั่วโลกที่บังคับทางกฎหมาย ล่าสุด ประธานสหภาพยุโรปก็ออกมาบอกว่าสนับสนุนให้สหภาพยุโรปบังคับฉีดวัคซีน ซึ่งมีกว่า 50 ล้านคน ที่ไม่ยอมฉีด

“มันเหมือน ‘สงครามโลก’ ที่เป็นแค่กลุ่มข้างบน ไม่ได้สู้ระหว่างประเทศ แต่สู้ระหว่างคนข้างบนกับคนทั่วไป ที่เอา (เชื้อ) ออกมาปล่อยพร้อมๆ กัน เราจึงจัดกิจกรรมวันนี้และที่ต้องดำเนินต่อไปคือ มาตรการเหล่านี้ถ้าหากเราไม่ลุกขึ้นมายืนหยัดว่า ‘เรามีสิทธิในร่างกายตัวเอง’ ถ้าเราไม่ลุกขึ้นมา เราเงียบอยู่เฉยๆ เราจะโดน ต้องมีมากกว่านั้นเพื่อเป็นการแสดงออกว่าเราถูกลิดรอน มีคนที่รู้สิ่งที่เกิดขึ้นและไม่ยอมอีกต่อไป” ม.ล.รุ่งคุณกล่าว

ม.ล.รุ่งคุณ กิติยากร หรือหม่อมโจ้

โดยก่อนเดินเท้าไปยังสถานทูตออสเตรเลีย ม.ล.รุ่งคุณกล่าวอีกด้วยว่า เราแค่ออกไปแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับชาวโลก เพราะไม่ใช่แค่เราประเทศเดียว แต่ยังมีเพื่อนประเทศอื่นอีกทั่วโลก

จากนั้น ม.ล.รุ่งคุณนำขบวนเดินชูป้ายภาพข่าว โดยข้ามถนนจากหน้าสวนลุมพินีไปฝั่งถนนวิทยุ ก่อนมุ่งหน้าไปยังสถานทูตออสเตรเลีย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี คอยดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกตลอดการชุมนุม

กระทั่งเวลา 16.48 น. ขบวนเดินเท้าถึงหน้า สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ถนนวิทยุ เขตปทุมวัน ผู้ร่วมกิจกรรมได้รวมกลุ่มหน้าป้ายสถานทูตออสเตรเลีย ก่อนชูป้ายข้อความและร่วมบันทึกภาพเพื่อแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์

จากนั้นนักกิจกรรมชาย 2 ราย เดินไปยืนชูแผ่นกระดาษที่มีภาพใบหน้าบุคคล และข้อความว่า “Wanted Crime against Humanity” ต่อหน้าเจ้าหน้าที่สถานทูตเพื่อคัดค้านการฉีดวัคซีน ก่อนแยกย้ายเดินทางกลับ ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นวันที่สถานทูตปิดทำการ

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon