หน้าแรก การเมือง กกต.เตรียมถกก...

กกต.เตรียมถกการทำงานรูปแบบบอร์ด ‘ศุภชัย’เล็งแจงท่าทีตำแหน่งปธ. แต่ยังไม่ลาออก

3.10.16 | 20:54 น.

กกต.เตรียมถกการทำงานรูปแบบบอร์ด ชี้ หากเอาจริงให้ยกเลิกมติ กกต.ปี 45 แบ่งกำกับ 5 ด้านกิจการ และปรับการเสนองาน -สั่งการของ กกต. ผ่านเลขาฯ หากเหลวลุ้นสลับตำแหน่งงานรับผิดชอบ ด้าน “ศุภชัย” เล็งแจงท่าทีตำแหน่ง ปธ. แต่ยังไม่ลาออก

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการประชุม กกต.ในวันอังคารที่ 4 ตุลาคม มีวาระการพิจารณากรณีสำนักงาน กกต.เสนอผลการศึกษาแนวทางการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของ กกต. และสำนักงาน กกต. ตามที่ก่อนหน้านี้ที่ประชุม กกต.มีมติเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม มอบให้สำนักงานฯ ไปตั้งคณะทำงานขึ้นมาทำการศึกษาให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน ซึ่งจากผลการศึกษา คณะทำงานเห็นว่า หาก กกต.จะปรับจากการทำงานจากที่แบ่งเป็น 5 ด้านมาเป็นรูปแบบบอร์ด ก็ให้ยกเลิกมติ กกต.เดิมตั้งแต่ปี 2545 ที่ให้มีการแบ่งงานกันกำกับดูแลเป็น 5 ด้าน และปรับการเสนองานของสำนักงาน และการสั่งการของ กกต. ที่จากเดิม กกต.แต่ละคนจะมีรองเลขาธิการ กกต.ในด้านของตนเอง คอยรับนโยบายมาสั่งการฝ่ายปฏิบัติของด้านตนเองให้ดำเนินการ ก็จะต้องเปลี่ยนมาเป็นหาก กกต.แต่ละคนต้องการจะดำเนินการในเรื่องใด ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเกี่ยวข้องกับงานด้านใดใน 5 ด้านกิจการเดิม ก็ต้องมีหนังสือสั่งการไปยังเลขาธิการสำนักงานฯ ที่ก็จะสั่งการต่อไปยังรองเลขาธิการในแต่ละด้าน หากผลการปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามที่ กกต.มอบหมาย เลขาธิการก็ต้องรับผิดชอบ ส่วนกรณีถ้าเป็นการสั่งการที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่เป็นอำนาจของคณะกรรมการ ก็ต้องสั่งในรูปของมติ กกต.


รายงานข่าวแจ้งว่า ส่วนการเสนอเรื่องของสำนักงาน จากเดิมที่รองเลขาธิการแต่ละด้านเสนอเรื่องตรงไปยัง กกต.ด้านที่รับผิดชอบ เมื่อเปลี่ยนไปเป็นรูปแบบบอร์ด การเสนองานของทุกด้านก็จะต้องเสนอไปยังเลขาธิการสำนักงาน และเลขาฯจึงจะเสนอต่อ กกต. แต่ทั้งนี้รูปแบบบอร์ดก็มีข้อเสีย คือเมื่อไม่มี กกต.ไปกำกับดูแลเป็นด้าน ก็อาจจะเกิดปัญหาการทำงานล่าช้า เพราะไม่มีการเร่งรัดงานโดยตรง ขณะเดียวกันถ้าเลขาฯไม่มีศักยภาพในการทำงาน การผลักดันนโยบายของ กกต.ให้เกิดความสำเร็จก็ยาก ตรงข้ามกับ กกต.กำกับเป็น 5 ด้าน แม้ไม่มีเลขาฯ ก็มีรองเลขาฯในด้านที่ตนเองกำกับ คอยผลักดันงานและนโยบายของ กกต.แต่ละคนได้ดีกว่า อย่างไรก็ตาม ในผลการศึกษาไม่ได้มีการเสนอว่าหาก กกต.ไม่ปรับรูปแบบการทำงานเป็นบอร์ด โดยยังคงจะทำงานเป็น 5 ด้านเช่นเดิมนั้น ถ้า กกต.ใหม่ 2 คนตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่เข้ามา ควรจะมีการแบ่งส่วนงานเป็นอย่างไร เนื่องจากการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบทางสำนักงานเห็นว่าเป็นอำนาจของ กกต.ที่ต้องพิจารณาเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุม กกต.ครั้งนี้เป็นที่สนใจของพนักงาน กกต.เพราะนอกจากต้องการรู้ว่า กกต.จะมีการปรับการทำงานจากที่แบ่งเป็น 5 ด้านรับผิดชอบตลอด 17 ปีมาเป็นรูปแบบบอร์ดได้หรือไม่แล้ว แต่หากมีมติไม่ปรับการทำงาน ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้มีการเซตซีโร่ กกต. กกต.ทั้ง 5 คนกล้าที่จะมีการปรับเปลี่ยนด้านรับผิดชอบ ซึ่งรวมตำแหน่งประธาน กกต. อย่างที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ได้เคยแถลงไว้เมื่อวันที่ 6 กันยายน หรือไม่ ว่า กกต.เห็นตรงกันว่าอาจมีความจำเป็นในการสับเปลี่ยนตำแหน่งมากกว่า 1 ตำแหน่ง และด้านกิจการที่กำกับดูแล โดยจะรอดูผลการศึกษารูปแบบบอร์ดของสำนักงานฯ แล้วนำมาพิจารณาไปพร้อมกัน ซึ่งก็มีรายงานว่าในการประชุม กกต.วันที่ 4 ตุลาคมนั้น นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. อาจมีการชี้แจงถึงท่าทีต่อตำแหน่งประธาน กกต. แต่ค่อนข้างแน่ชัดว่าจะยังไม่ใช่การลาออก ตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่า จะยื่นลาออกแล้ว