โทนี่ แนะอย่าตกใจ ‘โอไมครอน’ จี้ รบ.เตรียมพร้อม วอนเปิดธุรกิจกลางคืนให้คนทำมาหากิน

โทนี่ แนะอย่าตกใจ ‘โอไมครอน’ จี้ รบ.เตรียมพร้อม วัคซีน-ยา รับมือ วอนเปิดธุรกิจกลางคืนให้คนทำมาหากิน

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 7 ธันวาคม โทนี่ วู้ดซัม หรือนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมเสวนาในคลับเฮ้าส์ CARE คิดเคลื่อนไทย ตอน “Omicron Oh My God ลุงตู่ จักรวาลนฤมิตไปไม่เป็นเลย!” โดยมีการพูดถึงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอน รวมไปถึงเรื่องเมตาเวิร์ส โดยแนะนำว่า รัฐบาลควรเปิดให้ธุรกิจกลางคืนได้ทำมาหากินได้แล้ว

โทนี่ได้เล่าถึงการบริหารจัดการโควิดในดูไบ ซึ่งกำลังจัดงานเวิลด์ เอ็กซ์โป ว่า ที่นี่เขาเริ่มต้นดี ด้วยการฉีดวัคซีน ซึ่งเขาสั่งซื้อวัคซีนล่วงหน้า พอมีเหตุการณ์ก็ระดมฉีดได้เร็ว พอเริ่มต้นดี หลักก็แน่น ใหม่ๆ ก็ล็อกดาวน์ ทำความสะอาดเมือง แล้วก็ทยอยเปิด เช่น นั่งได้กี่คน คนอายุเกิน 60 ยังไม่เข้าศูนย์การค้า และค่อยๆ ผ่อนปรน จนวันนี้เขาไม่ตกใจอะไรเลย ส่วนงานเอ็กซ์โป เปิดปกติ ใครมา ให้เป็นพีซีอาร์เป็นลบก็พอ เวลาเข้าร้านอาหารก็สวมหน้ากาก แล้วก็ถอดกินข้าว และใส่เดินไปเดินมา เขาปฏิบัติตามกติกาชัดเจน เขาเลยไม่ตกใจ

“หลักคิดคือ ตัวกลายพันธุ์ไม่หนักเท่าตัวเดิม อาจจะหลบหลีกภูมิ แม้จะระบาดง่าย ระบาดเร็ว แต่อาการเบา ไม่เคยมีที่ไหนที่อาการหนักกว่าตัวเริ่มต้น อัตราการตายจะต่ำ ถ้าจับหลักได้จะไม่ตกใจกันขนาดนี้ วันนี้ผู้นำโลกจะใช้อำนาจตัดสินใจว่า ล็อกดาวน์เพื่อรักษาชีวิตคนในประเทศ แต่จะทำให้คนที่ต้องดิ้นรนในชีวิต ลำบาก อันนี้ชมลุงตู่ ที่ไม่ตกใจ อาจจะเป็นห่วงเรื่องท่องเที่ยวที่เปิดแล้ว ไปได้ดีแล้วก็อยากไปต่อไป ตัวเลขการติดเชื้อก็ลดลง การตายก็ลดลง เพราะวัคซีนมากขึ้น

ต้องบูสต์ด้วย mRNA

“ในที่สุด ทั้งโลกต้องบูสเตอร์ช็อต วัคซีนที่ฉีดไป ซิโนแวคและซิโนฟาร์ม จะมีภูมิคุ้มกันสั้นกว่า mRNA คือ ไฟเซอร์และโมเดอร์นา ส่วนแอสตร้าเซนเนก้าก็อยู่ได้ยาวกว่าเชื้อตาย บ้านเราฉีดเชื้อตายเยอะ ต้องฉีดบูสเตอร์ ซึ่งต้องเป็น mRNA ถ้ามีแล้ว เชื้อที่กลายพันธุ์มากแค่ไหน ก็ไม่สู้ เราอยู่ตั้งนานแล้ว วันนี้แทนที่จะตกใจ ให้ความรู้ประชาชน แล้วไปสู่นิวนอร์มอลดีกว่า ไม่งั้นคนปรับตัวไม่ได้ ชีวิตคนลำบาก วันนี้เห็นในประเทศไทย เห็นแล้วอ่อนใจ ไปดูร้านกาแฟ สาวๆ มาชงกาแฟ แต่งตัวโป๊ ร้านตัดผม คนไม่รู้จะทำมาหากินอะไร วันนี้หวยขายแพงแต่ขายดี เจ้าแม่ออกมาให้หวย เพราะคนหมดที่พึ่ง ต้องไปเสี่ยงดวงข้างหน้า”

โทนี่กล่าวต่อว่า ต้องเตรียมเลย ทั่วโลกต้องเตรียมเลย ฉีดเข็ม 3 ด้วยไฟเซอร์หรือโมเดอร์นา และเร่งจัดซื้อยาที่ออกใหม่เร็วๆ โมโนพิราเวียร์ ฟาวิพิราเวียร์ ที่ผลิตเอง วันนี้ไฟเซอร์ไม่ให้สูตรผลิตยาเรา รัฐบาลต้องไปเจรจาเขา เพราะกินทีละ 50 เม็ด เดี๋ยวชาวบ้านไม่มีเงิน หายามาเตรียมไว้ การกลัวที่ดีที่สุด ก็คือการเตรียมพร้อม ไหนๆ ก็กู้มาแล้ว ก็เอามาใช้โควิด ใช้ให้ถูก ไม่ใช่ไปซื้อเสียง

แนะเปิดธุรกิจกลางคืน

โทนี่กล่าวว่า กรุณาเถอะ กรุณาให้คนกลางคืน ให้คนได้ทำมาหากินได้แล้ว เมื่อไม่ได้ชดเชยก็ให้กลับมาทำมาหากินเถอะ ส่วนใหญ่คนพวกนี้เป็นคนจน กลับไปทำนา พืชผลก็ตกต่ำ วันนี้ผมคิดว่าถ้ารัฐบาลเข้าใจชีวิตคนดีกว่านี้ จะทำให้เขาอยู่รอดยามวิกฤต

“เปิดเถอะ เราก็ให้นักท่องเที่ยวมาแล้ว ต้องมีกติกา วัคซีน 2 เข็ม เรียบร้อย ผับก็ต้องซื่อสัตย์ หากเปิดให้แพร่เชื้อเพราะไม่ซื่อสัตย์ คนทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ ไม่ใช่ลงโทษทุกคน ถ้าเราเปิด แล้วมีกติกา ค่อยไปลงโทษคนที่ทำผิดดีกว่า พนักงานต้องตรวจเอทีเคก็ว่าไป เปิดเลย อย่าเสียเวลา”

“ตอนนี้ ผลพวงของโควิดที่คนกังวลกันคือ สหรัฐเริ่มระวังเรื่องเศรษฐกิจ เขาบอกสิ่งที่ตามมาคือ เงินเฟ้อ เกิดจากสินค้าราคาสูงขึ้น เขาห่วงว่าถ้าธนาคารกลางสหรัฐขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไหร่ ประเทศที่กู้เป็นดอลลาร์จะเดือดร้อน สิ่งที่ห่วงอีกอันคือ หนี้ ที่ประเทศกำลังพัฒนาเป็นกันเยอะ ธนาคารโลกบอกว่า 70 กว่าประเทศมากู้เงิน ครึ่งหนึ่งเป็นประเทศหนี้ล้น อาจจะไม่มีเงินจ่าย สิ่งกังวลอีกเรื่องคือ โลกร้อน มีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ให้ระวังตัวไว้”

“สิ่งที่รัฐบาลควรทำตอนนี้ คือให้ความรู้กับประชาชน อย่าไปตกใจ ใส่หน้ากาก ฉีดวัคซีน แล้วไปตรวจภูมิ ไปฉีดเข็ม 3 รักษาระยะห่าง สวมหน้ากาก มีกติกาให้ชัดเจน ทุกคนจะได้ทำหน้าที่ ไม่ต้องไปกังวล แค่ปฏิบัติให้ถูกต้อง รัฐบาลก็รีบๆ เตรียมการให้ประชาชนมั่นใจ เขาจะได้ทำมาหากินปกติ นิวนอร์มอลนี้ วิธีทำมาหากินเปลี่ยนไปเยอะ เราต้องศึกษา อย่างยูเออี เดิมทีเดียวหยุดศุกร์ เสาร์ เพราะต้องไปละหมาด เริ่มทำงานวันอาทิตย์ แต่ตั้งแต่ 1 ม.ค.เป็นต้นไป ศุกร์ ทำงาน 7 โมงครึ่งถึงเที่ยง บ่ายก็ไปรักษาหลักศาสนาเขาได้ เสาร์อาทิตย์หยุด ทุกประเทศปรับตัวเพื่อเศรษฐกิจเพื่อประชาชนแล้ว เราต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง

ชมราชบัณฑิต แปล ‘จักรวาลนฤมิต’ ได้ดี

โทนี่ยังได้กล่าวถึงประเด็น จักรวาลนฤมิตว่า ต้องชมราชบัณฑิตที่แปลเมตาเวิร์สได้ดี ดีอียังอธิบายให้ประชาชนเข้าใจไม่ได้เลยว่า เมตาเวิร์ส คืออะไร แต่ราชบัณฑิตแปลได้ดี เข้าท่า ว่าโลกในฝัน แต่เขาไม่เข้าใจหรอก

“สิ่งที่อยากจะฝากกับเรื่องเมตาเวิร์ส คือจินตนาการ เป็นเรื่องสำคัญ ไอน์สไตน์บอกว่า จินตนาการเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าความรู้ จินตนาการเป็นประโยชน์กว่าความรู้ ต้องมีพื้นฐานจากความรู้และความรอบรู้ ต้องให้เด็กเรียนรู้อย่างไม่มีข้อจำกัด ก็ปล่อยไป เด็กจะได้ฝึกให้มีความสามารถในความเข้าใจ เพราะเมตาเวิร์สคือโลกแห่งการที่เอาจินตนาการของเราเข้าไปใส่ โคดดิ้งก็ต้องควรหัดแต่เด็กๆ และให้มีจินตนาการ”

พร้อมเล่าว่า วันก่อน อิ้งค์บอกว่า เขามีไอเดียที่คิดว่าน่าจะให้คนไทยมีจินตนาการ แต่ก่อนที่จะเป่านกหวีดเริ่ม ต้องให้คนได้เตรียมความพร้อม พอเป่าแล้วจะได้ใช้เวลาไม่นาน จะสร้างเศรษฐีใหม่ได้เยอะเลย เขาว่าถ้าเราวางกติกาให้ดี เราจะได้เงินคนทั้งโลก เข้ามาในประเทศ เอามาใช้หนี้ที่ลุงทำไว้ได้สบายมาก แต่เขายังไม่บอกรายละเอียด

ทั้งนี้ โทนี่ยังได้กล่าวถึงประเด็นการตั้ง กมธ.ศึกษากาสิโนว่า กังวลในเรื่องการทำให้กาสิโนเปิดที่ใดก็ได้ อย่างนั้นไม่เป็นประโยชน์ ถ้าเป็นเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ก็เป็นแหล่ง ซึ่งทฤษฎีตั้งแต่เรียน ป.โท มา เมื่อทางทำมาหากินที่สุจริตมีไม่พอ ไม่มีให้เขา เขาก็ต้องดิ้นรถไปในทางที่ไม่สุจริต วันนี้บ่อนเยอะ ยาเสพติดเต็มเมือง ค้าง่ายขายคล่อง หวยก็แพง เพราะผ่านหลายมือ บวกเป็นทอดๆ เป็นเรื่องที่ไม่มีทางที่จะลดราคาหวยได้ ถ้าเป็นแบบนี้ ตอนนี้ยิ่งบวกกันหลายชั้น

และกล่าวถึง กรณีรถไฟฟ้าความเร็วสูงจากจีนถึงลาวว่า ในที่สุด รถไฟก็ต้องไปถึงมาเลเซีย สิงคโปร์ ซึ่งการจะค้าขายกับจีนนั้น เราต้องมียุทธศาสตร์ ต้องยอมรับว่าเขาผลิตเก่งกว่า ทำได้คุณภาพราคาถูกและทำได้ทุกอย่าง เราต้องคิดว่ามีอะไรไปขายเขา ไม่งั้นขาดทุน อย่างที่พูดไว้นาน ทำรถไฟความเร็วสูง ส่งของเล็กๆ น้อยๆ ไปขาย เขาส่งผักส่งอะไรมาแล้ว รถไฟวิ่งไปรับน้ำหนักได้เยอะ ขนของได้อีกจม สมัยนี้ ของชิ้นเล็กน้อยมันเยอะ เราต้องมียุทธศาสตร์ ถึงเป็นธรรม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon