ทะลุฟ้า ทวง ‘สิทธิประกัน’ แถลงหน้าศาล ก่อนคาร์ม็อบ ‘ส่งสารถึงเพื่อน’ เรือนจำพิเศษ

ทะลุฟ้า ทวง ‘สิทธิประกัน’ แถลงหน้าศาล ก่อนคาร์ม็อบ ‘ส่งสารถึงเพื่อน’ เรือนจำพิเศษ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 ธันวาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก กลุ่มทะลุฟ้า นำโดย นายพรชัย ยวนยี จัดกิจกรรมคาร์ม็อบ ‘ส่งเสียงถึงศาล ส่งสารถึงเพื่อน’ โดยมีการยื่นหนังสือถึงศาลอาญา เพื่อเรียกร้องให้คืนสิทธิประกันตัวนักกิจกรรมทางการเมือง และเคลื่อนขบวนไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเวลา 13.36 น. เริ่มมีประชาชนมารวมตัวกันบริเวณหน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก มีรถเครื่องเสียงของทีมงานทะลุฟ้าติดธงสีรุ้ง พร้อมทั้งเปิดเพลงเนื้อหาเกี่ยวกับประชาธิปไตยเพื่อสร้างสีสัน โดยมีทีมงานทะลุฟ้าจำนวน 2 คน สวมชุดผู้คุมจากซีรีส์เรื่องสควิดเกม และอีก 1 คน สวมชุดจากซีรีส์เรื่องมันนี่ฮีสท์

 

เวลา 13.38 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าพูดคุยกับทางทีมทะลุฟ้าในเรื่องของการเคลื่อนขบวนคาร์ม็อบและการจัดขบวนรถว่าสามารถใช้ได้กี่ช่องถนน โดยทางทีมงานทะลุฟ้าแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าจะใช้ไม่เกิน 3 ช่องถนนเท่านั้น ในส่วนของเส้นทาง ขบวนคาร์ม็อบจะใช้ถนนรัชดาภิเษกเลี้ยวขวาเข้าถนนพหลโยธิน และเลี้ยวซ้ายที่แยกเกษตร เข้าสู่ถนนงามวงศ์วาน เพื่อไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

 

เวลา 14.16 น. มีเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบจาก สน.พหลโยธิน ยืนตรึงกำลังและดูแลความเรียบร้อยอยู่ภายในศาลอาญา บริเวณประตู 8

เวลา 14.34 น. ทีมงานทะลุฟ้านำป้ายผ้า เขียนข้อความ ‘ปล่อยเพื่อนเรา’ มาผูกไว้ที่ประตู 8 หน้าศาลอาญา จากนั้นประชาสัมพันธ์ว่า จะมีการยื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่ศาล และอ่านแถลงการณ์ หลังจากยื่นหนังสือจะเคลื่อนขบวนไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

เวลา 14.39 น. ตัวแทนกลุ่มทะลุฟ้ากล่าวว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่ที่จะออกมารับหนังสือจากประชาชนที่มาร้องขอความเป็นธรรม เป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ปกครองของบ้านเมืองนี้ไม่เคยฟังเสียงของประชาชน เรามาเรียกร้อง มาพูดถึงปัญหาที่เราเจอแต่เขากลับไม่รับฟังเรา

จากนั้น ตัวแทนทะลุฟ้า อ่านแถลงการณ์ที่หน้าศาลอาญา โดยมีเนื้อหาความว่า

“จาก ประชาชนผู้ที่มาร้องขอความเป็นธรรม ข้าแต่ศาลที่เคารพ โปรดส่งคืนอิสรภาพให้กับผู้ต้องขังทางความคิดทุกคน เรามิได้ต้องการความเมตตา แต่เพียงต้องการความยุติธรรมในระบบ

หลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นหลักสิทธิมนุษยชนที่ปรากฏอยู่ในกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองข้อ 14 ที่บัญญัติว่า บุคคลทุกคนซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดทางอาญาต้องมีสิทธิได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะพิสูจน์ตามกฎหมายได้ว่ามีความผิด หรือปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนข้อ 11 ที่กล่าวว่า ทุกคนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดทางอาญา มีสิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่ามีความผิดตามกฎหมายในการพิจารณาคดีที่เปิดเผย ซึ่งต้องได้รับหลักประกันที่จำเป็นทั้งปวงสำหรับการต่อสู้คดี

สิทธิในการประกันตัวของเพื่อนเราที่ท่านได้จำกัดไว้กับหลักการทั้งในประเทศและสากล ถูกเขียนไว้เพื่อไม่ให้รัฐใช้อำนาจอย่างเกินควรกับคนที่เห็นต่าง ขังคุกจนถูกลืม แต่หากการกระทำที่เห็นอยู่นั้น การกักขังนักโทษทางความคิด ท่านควรปฏิบัติตามหลักการและให้ความเป็นธรรม

จงอย่าเลือกปฏิบัติ หรือสนับสนุนรัฐเผด็จการ เพราะนั่นเปรียบเสมือนการเลือกข้างทางการเมือง เราอยากทวงถามว่านักโทษทางการเมืองที่ท่านไม่ให้สิทธิประกันตัว พวกเขาทำผิดจนถึงขั้นตัดสินแล้วหรือ ถ้าไม่ใช่ ท่านจงคืนสิทธิการประกันตัวกับทุกคน และใช้ความเป็นคนในการพิจารณา เรายังอยากเชื่อมั่นในกระบวรการยุติธรรม ว่าจะดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมและเป็นที่พึ่งพิงให้แก่ประชาชน ส่งคืนสิทธิในการประกันตัวให้กับผู้ต้องหาทางการเมือง เพื่อความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย และเพื่ออำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน

นี่เป็นข้อความที่พวกเราต้องการจะสื่อถึงกระบวนการยุติธรรมทั้งหลายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการลงนามตัดสินจำคุกเพื่อนของเรา พวกเราอยากร้องขอให้พวกท่านทั้งหลาย คืนความยุติธรรมให้กับประชาชน คืนสังคมแห่งประชาธิปไตยให้กับพวกเรา การออกมาแสดงความคิดเห็น แสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาลนี้ เป็นสิทธิของเราทุกคน ไม่สมควรต้องมีใครถูกจับเข้าไปอยู่ในเรือนจำ” ตัวแทนกลุ่มทะลุฟ้ากล่าว

ก่อนเริ่มเคลื่อนขบวนไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ในเวลา 15.00 น. เพื่อทำกิจกรรมส่งสารถึงเพื่อนต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon