ก้าวไกล ซัดนายกฯ ไร้สัจจะ เมินข้อตกลงชาวจะนะ ยันอยากเห็นการพัฒนาที่ไม่เอื้อนายทุน

“ก้าวไกล” ขย่ม “บิ๊กตู่” พูดจาไร้สัจจะ เมินข้อตกลงชาวจะนะ ยันไม่ได้ต่อต้านความเจริญ แต่อยากเห็นการพัฒนาที่ไม่เอื้อนายทุน ด้าน “ประเสริฐพงษ์” เหน็บ คนจะนะกินปลาฉลาด ไม่เหมือนบางคนอ้างเกิดที่นั้น แต่อยู่ กทม.นาน สมองเสื่อมความจำไม่ดี

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 ธันวาคม ที่รัฐสภา น.ส.เบญจา แสงจันทร์ นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) และ ส.ส.พรรค ก.ก. กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มชาวบ้านจะนะรักษ์ถิ่น จ.สงขลา เดินทางมาชุมนุมทวงสัญญา ที่รัฐบาลเคยระบุไว้เมื่อปีที่แล้วว่า จะยุติโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะและแก้ไขผังเมืองเอาไว้ก่อน และเรียกร้องรัฐบาลให้ตรวจสอบกระบวนการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหานิคมอุตสาหกรรมจะนะ

โดย น.ส.เบญจากล่าวว่า ประชาชนที่เดินทางมาจากจะนะ จ.สงขลา กว่า 50 คน เพื่อเข้าร่วมชุมนุมอย่างสันติให้รัฐบาลทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้กับชาวจะนะในการตรวจสอบนิคมอุตสมาหกรรมจะนะ แต่วันนี้กลับถูกสลายการชุมนุมโดยไม่เป็นไปตามหลักสากล และมีผู้ที่ถูกจับกุม 37 คน จากนั้นลูกหลานชาวจะนะได้มายื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร ให้ตรวจสอบกรณีการสลายการชุมนุมและตรวจสอบความผิดปกติของนิคมอุตสาหกรรมจะนะให้ครบทุกมิติ เนื่องจากกลไกดังกล่าวไม่เป็นไปตามตกลงและรัฐบาลต้องดำเนินการตามการทำการศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA) แบบมีส่วนร่วมกับประชาชนและมีนักวิชาการที่เป็นกลางได้การยอมรับของทุกฝ่าย ซึ่งระหว่างนี้รัฐบาลต้องยุติการดำเนินการทุกอย่าง จนกว่าจะดำเนินการตามกระบวนการที่เรียกร้องมาแล้วเสร็จ และสุดท้ายรัฐบาลต้องยุติดำเนินคดีกับชาวบ้านกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น

น.ส.เบญจากล่าวต่อว่า กรณีนี้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ ตนคิดว่าเรื่องนี้ต้องพูดให้ชัดเจน หลังนายกฯให้สัมภาษณ์ว่า ข้อตกลงที่เกิดขึ้นเป็นข้อตกลงส่วนตัวของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับชาวบ้าน ดังนั้นนายกฯไม่ควรเบี่ยงประเด็น ส่วนกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่า การทำ MOU เป็นการบันทึกความเข้าใจจะมีผลผูกพันรัฐบาลและทางกฎหมายในระดับหนึ่งด้วย ฉะนั้นกรณีนี้ต้องยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะพูดจาไร้สัจจะไม่ได้ ขณะที่ผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2564 มีรายงานความคืบหน้าในการจัดการแผนแม่บทพัฒนาพื้นที่และมีการปรับปรุงการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อรองรับเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต จ.สงขลา ซึ่งมติ ครม.ขัดและแย้งกับมติ ครม.ที่รับทราบไปแล้วเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2563

“พรรคก้าวไกลไม่ได้ต่อต้านความเจริญ แต่อยากเห็นการพัฒนาที่เห็นหัวพี่น้องประชาชน และดอกผลของการพัฒนามีการจัดสรรและแบ่งปันให้กับประชาชนในพื้นที่ ไม่ได้แบ่งปันให้กับกลุ่มทุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และขอให้รัฐบาลอย่าได้ฟังเสียงกระซิบของนายทุน แต่ต้องฟังและสนใจเสียงของประชาชนที่นั่งอยู่หน้าทำเนียบ และวันนี้ต้องไปนั่งอยู่หน้ายูเอ็น ซึ่งคิดว่าพี่น้องจะนะที่มานั่งอยู่ที่นี่พวกเขาควรจะนั่งฟังเสียงทะเลเสียงคลื่นอยู่ที่บ้าน ไม่ควรจะนั่งอยู่ข้างถนนเยี่ยงนี้ จึงอยากฝากไปถึงรัฐบาลควรทบทวนมติ ครม.ครั้งนี้” น.ส.เบญจากล่าว

ด้านนายประเสริฐพงษ์กล่าวว่า ในการประชุม กมธ. เมื่อวานนี้ (8 ธันวาคม) กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ยืนยันว่ายังไม่มีการเปลี่ยนสีผังเมืองจากสีเขียวเป็นสีม่วง ซึ่งในทางหลักวิชาการเปลี่ยนสีผังเมืองได้ยาก หากรัฐบาลจะสั่งการให้เดินหน้าเรื่องนี้ ตนขอเรียกร้องนักวิชาการ ข้าราชการ ออกมาช่วยยืนยันในแง่วิชาการด้วยว่า ป่าชายหาดที่นั่นสมบูรณ์ เป็นเขตเกษตรชั้นดี มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์

“คนจะนะที่อยู่ในพื้นที่เขากินปลาตลอด เขาเลยฉลาด ไม่เหมือนคนจะนะบางคนที่อ้างตัวว่าเกิดที่นั่น แต่คิดว่าน่าจะอยู่ที่กรุงเทพฯนาน สมองเลยเสื่อม ความจำไม่ค่อยดี และคิดว่าน่าจะเป็นคำแถลงที่อยากจะให้ไปถึงผู้ที่มีอำนาจทุกคน” นายประเสริฐพงษ์กล่าว

เมื่อถามว่า พรรค ก.ก.จะดำเนินการในเรื่องนี้ต่อในช่องทางใดได้บ้างนั้น นายประเสริฐพงษ์กล่าวว่า คงต้องตั้งคำถามไปยังฝ่ายบริหาร ซึ่งตนได้ตั้งคำถามย้อนไปก่อนหน้านั้นถึงวิธีคิดของผู้บริหารที่มีมติครม.กลับไปกลับมาแบบนี้ว่า ใช่รัฐบาลที่มีคุณภาพหรือไม่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon