โภคิน-หญิงหน่อย นำทีมไทยสร้างไทย ฟังปัญหาประมง ระบุ เดือดร้อนยาวนาน ยังไร้ทางออก

โภคิน-หญิงหน่อย นำทีมไทยสร้างไทย ฟังปัญหาประมง ระบุ เดือดร้อนยาวนาน ยังไร้ทางออก แนะออกพ.ร.ก.ชะลอใช้กฎหมายที่เป็นอุปสรรคทำกิน

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย นายโภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ พร้อมทีมไทยสร้างไทย ร่วมประชุมเพื่อรับฟังปัญหา จากพี่น้องชาวประมง โดยกลุ่มประมงไทยรายวัน เข้าสะท้อนปัญหา การทำประมง พร้อมยื่นหนังสือเพื่อให้พรรคไทยสร้างไทย ช่วยผลักดัน แก้ไขปัญหาและความเดือดร้อนที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังมายาวนาน

ตัวแทนกลุ่ม ประมงไทยรายวัน เห็นว่ากฎหมายเกี่ยวกับประมงปัจจุบันซึ่งต้องสัมพันธ์กับกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยทะเล บังคับใช้กับเรือประมงน้ำลึกขนาดใหญ่ เรือพาณิชย์ ที่สามารถเดินทางข้ามน่านน้ำระหว่างประเทศได้ จะต้องไม่นำมาบังคับใช้กับเรือประมงพื้นบ้าน ซึ่งเป็นเรือประมงขนาดเล็กมาก และทำประมงอยู่ใกล้แนวชายฝั่ง จึงเห็นว่า วิธีการทำประมงทั้ง 2 แบบ มีความแตกต่างกันแม้แต่เรือประมงพาณิชย์ก็มีปัญหาเช่นกัน รัฐต้องไม่นำกฎหมายมาบังคับใช้แบบเดียวกัน

ขณะเดียวกันเห็นว่า ฝ่ายปกครอง มักใช้อำนาจหน้าที่เกินขอบเขต เพราะไม่มีความเข้าใจในเจตนารมณ์ที่ต้องผูกพันธ์กับกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะเดียวกันก็ต้องให้ผู้ประกอบการในประเทศ โดยเฉพาะคยประมงตัวเล็กทำมาหากินได้ การเอาผิดประมงพื้นบ้าน เรือประมงพาณิชย์ หากต้องต่อสู้ในชั้นศาล อาจถูกสั่งให้หยุดการเดินเรือ ริบของบนเรือ ฯลฯ จนต้องยอมถูกปรับ ทั้งๆที่บ่อยครั้งไม่ได้ทำผิด แต่เป็นความเข้าใจของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้กลับไปทำมาหากินได้ เป็นการสร้างความไม่เป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการ และเป็นช่องทางหาประโยชน์ของผู้บังคับใช้กฎหมาย

หลังการรับฟังปัญหา นายโภคิน เสนอว่า จะต้องพิจารณาดำเนินการ ออกพระราชกำหนด เพื่อมาชะลอการบังคับใช้เกณฑ์ที่ไม่จำเป็นหรือเป็นอุปสรรคสำหรับ พี่น้องชาวประมงเป็นระยะเวลา 3 ปี เพื่อให้การพิจารณาแก้ไขกฎหมายประมงที่เหมาะสมสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ และการทำมาหากินของประมงไทยในทุกระดับ โดยเฉพาะประมงพื้นบ้าน อีกประการที่สำคัญคือ ผู้มีอำนาจต้องเปลี่ยนวิธีคิด โดยเฉพาะข้าราชการ ต้องไม่บังคับใช้กฎหมาย แบบอำนาจนิยมโดยไม่คำนึงถึงบริบทที่เป็นจริง และความยากลำบากของคนตัวเล็กทั้งหลาย

กลุ่มประมงไทยรายวัน เสนอให้แขวนมาตรา 81 และกฎเกณฑ์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง แล้วดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยเห็นว่าสาระสำคัญของกฎหมายมาตราดังกล่าว ทั้งการบังคับให้ติดตั้งระบบติดตามเรือประมง การจัดทำสมุดบันทึกการทำการประมง การแจ้งการเข้าออกท่าเทียบเรือประมงทุกครั้ง การจัดทำเครื่องหมายประจำเรือประมงตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด หรือการกลับเข้าท่าเทียบเรือประมงตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่อธิบดีประกาศกำหนด เป็นการสร้างภาระ สร้างข้อจำกัด และเป็นอุปสรรคในการทำมาหากิน กระทบชาวประมงรายเล็ก ชาวประมงพื้นบ้านเป็นอย่างมาก ซึ่งการแขวนกฎหมายดังกล่าวไม่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายระหว่างประเทศแต่อย่างใด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon