“สมชัย” ปลุกคนไทย มกราคมนี้ เอาแน่ ล่า 70,000 ชื่อ ขอแก้รัฐธรรมนูญ

“สมชัย” ปลุกคนไทย มกราคมนี้ เอาแน่ ล่า 70,000 ชื่อ ขอแก้รัฐธรรมนูญ

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง แสดงความเห็น เตรียมตัวขอล่า 70,000 รายชื่อ แก้ไขรัฐธรรมนูญ โดย ระบุว่า ทำไมขอแค่ 70,000 ชื่อ

1. รัฐธรรมนูญเขียนไว้ ว่า การเข้าชื่อขอแก้รัฐธรรมนูญ ต้องมีประชาชนเข้าชื่อไม่น้อยกว่า 50,000 ชื่อ

2. เมื่อยื่นแล้ว ทางสนง.สภา จะต้องตรวจสอบคุณสมบัติว่า เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งจริงหรือไม่ ซึ่งใช้เวลาตรวจสอบอย่างน้อย 1 เดือน การเสนอ 70,000 จึงเพื่อเผื่อเหลือเผื่อขาด และไม่เสนอมากเกินไป จนเป็นภาระในการตรวจสอบ ทำให้กระบวนการแก้ไขเนิ่นช้าออกไป

3. ถามว่า เมื่อส่งหลักฐาน 70,000 ชื่อ ผมยังจะหยุดไหม คำตอบคือยังไม่หยุดเปิดรับลงลายชื่อออนไลน์ต่อไป จนถึงครบกำหนด 3 เดือน เพื่อให้รัฐสภาได้ทราบว่า มีผู้ประสงค์แก้เป็นจำนวนรวมแล้วเท่าไร

มีแสน ก็จะได้บอกว่าแสน มีล้านก็จะบอกว่าล้าน พวกที่อ้าง 16 ล้านเสียงพร่ำเพรื่อ จะได้ทราบว่า คนที่ประสงค์แก้มีจำนวนเท่าไร

อดใจรอ ต้นเดือนมกราคมครับ ได้ร่วมกันลงชื่อ

มาเป็น 70,000 ชื่อแรก ที่จะส่งประธานรัฐสภาครับ

โดยเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ริเริ่มเชิญชวนแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ประเด็นยกเลิกอำนาจสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เลือกนายกรัฐมนตรี นำโดยนายสมชัย นำรายชื่อประชาชน 45 รายชื่อ ในฐานะผู้ริเริ่มลงนามขอแก้ไขกฎหมาย ยื่นต่อ นายราเมศ รัตนะเชวง เลขานุการประธานรัฐสภา โดยนายสมชัย กล่าวว่า กลุ่มผู้ริเริ่มมีเจตนาร่วมกันอยากให้รัฐธรรมนูญมีรูปแบบการเลือกนายกรัฐมนตรีจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรไม่ใช่ที่ประชุมรัฐสภา เพราะเมื่อประชาชนเลือกผู้แทนมาแล้ว ควรให้ผู้แทนมีอำนาจเลือกนายกฯ อย่างแท้จริง ไม่ควรให้เลือกร่วมกัน เพราะ ส.ว.ชุดปัจจุบันไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่มาจากการแต่งตั้ง โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) การเสนอแก้ไขเพียงมาตราเดียว เพื่อให้ง่ายต่อการพิจารณา ส่วนวิธีการร่วมลงชื่อของประชาชนจะเป็นวิธีการผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น จะเริ่มรวบรวมรายชื่อตั้งแต่ต้นเดือน ม.ค. 2565 ไปจนถึงสิ้นเดือน มี.ค. 2565 หวังจะได้รายชื่อประชาชน 7 หมื่น รายชื่อ หากทำได้ตามกำหนดจะบรรจุเข้าวาระการประชุมสภาได้ในสมัยประชุมหน้า เชื่อว่าหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า การเลือกนายกฯ ต้องเป็นอำนาจของสภาฯ เท่านั้น หวังว่า ส.ว. จะสนับสนุนมากกว่าเดิม แนวทางนี้จะเป็นทางออกที่ ส.ว. มีส่วนช่วยแก้ไขสถานการณ์ ขณะที่ฝั่งส.ส.ไม่เป็นปัญหา ไม่น่าจะมีพรรคการเมืองใดไม่เห็นด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon