จะนะ นัดบุกทำเนียบอีกรอบ 13 ธ.ค.-ทวงสัญญา จี้ยุติคดี 37 ม็อบชาวบ้านจัดทัพเรือประมงโชว์พลัง
เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่บริเวณหาดบ่อโชน หมู่ 7 ต.สะกอม อ.จะนะ จ.สงขลา ขบวนเรือประมงพื้นบ้านจาก 3 ตำบล ได้แก่ สะกอม นาทับ และตลิ่งชัน กว่า 30 ลำ มารวมตัวกันบริเวณคลองสะกอมที่เชื่อมต่อทะเลอ่าวไทย ภายใต้กิจกรรม ทัพเรือประมงพื้นบ้านทวงสัญญา SEA แต่เนื่องจากคลื่นลมในอ่าวไทยมีกำลังแรง เป็นอุปสรรคต่อการจัดกิจกรรม ทำให้ต้องปรับให้เรือเคลื่อนตัวอยู่ในคลองสะกอมแทน โดยชาวบ้านจัดทำแผ่นป้ายขนาดใหญ่ มีข้อความต่างๆ อาทิ ทวงสัญญา SEA และ #SAVECHANA
แกนนำชาวบ้านร่วมกันอ่านแถลงการณ์ประกาศจุดยืนเรียกร้องทวงสัญญา SEA จากรัฐบาลที่ตกลงกันเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2563 และรัฐบาลต้องสั่งให้ยุติการเดินหน้าโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะไว้ก่อน และขอให้หยุดการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ที่จะจัดขึ้นในเดือนธันวาคมนี้ ขัดกับข้อตกลงและขัดต่อหลักสากลด้วยการจัดรับฟังความเห็นโดยไม่มีคณะกรรมการรับฟังความเห็นที่เป็นกลาง แต่จัดโดยผู้ศึกษา อีกทั้งยังจัดทางออนไลน์ที่คนในชุมชนจำนวนมากเข้าร่วมไม่ได้ เพราะไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ หากรัฐบาลยังปล่อยให้จัดรับฟังความเห็นต่อไป ขอประกาศไม่ยอมรับ และถือว่าเป็นการกระทำที่ตระบัดสัตย์ของรัฐบาล
“นอกจากนี้ต้องยุติการดำเนินคดีกับเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นทั้ง 37 คน ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม โดยกำหนดจะไปทวงคำสัญญาที่ทำเนียบรัฐบาลอีกครั้งในวันที่ 13 ธันวาคม” แถลงการณ์ระบุ
แถลงการณ์ระบุว่า ชาวบ้านยืนยันว่าการทำโครงการขนาดใหญ่จะต้องมีการประเมินสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ หรือ SEA แบบมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง ขณะนี้เป็นที่ชัดเจนว่านิคมอุตสาหกรรมจะนะไม่ใช่การพัฒนา แต่อ้างคำว่า พัฒนา เป็นหน้ากากเพื่อสร้างความชอบธรรมในการปล้นทรัพยากรและปล้นสิทธิชุมชนของพวกเรา นำไปตอบสนองต่อนายทุนและนักการเมืองฉ้อฉลที่กว้านซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไร โครงการนี้จึงเป็นโครงการที่ก่อให้เกิดความอยุติธรรมขึ้นมาในสังคม
“พวกเราจึงขอประกาศจุดยืนว่าพวกเราจะปกป้องแผ่นดินและทะเลที่เป็นมรดกของบรรพบุรุษและจะรักษามรดกที่ล้ำค่านี้ไว้ให้กับลูกหลานพวกเราด้วยชีวิต” แถลงการณ์ระบุ
นายเจะหมัด สังข์แก้ว ตัวแทนชาวบ้านเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น กล่าวว่า การทำ SEA เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องดำเนินการเพราะเป็นเรื่องที่เป็นข้อตกลงกันมาก่อนแล้ว จึงต้องทวงสัญญา ส่วนเวทีรับฟังความเห็นครั้งที่ 1 ในวันที่ 13 ธันวาคมนั้น เห็นว่าควรหยุดไว้ก่อนเพราะไม่มีความชอบธรรม อีกทั้งเป็นเวทีที่ทำแบบออนไลน์ ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสที่จะเข้าร่วมแบบนั้นได้ แต่หากยังคงดึงดัน ไม่ยอมทำตามสัญญา ชาวบ้านก็พร้อมเดินทางไปสมทบใน กทม.ร่วมกับเครือข่ายที่ปักหลักอยู่ก่อนแล้ว
วันเดียวกัน ที่หน้าองค์การสหประชาชาติ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มจะนะรักษ์ถิ่นจัดกิจกรรมการแสดง อ่านบทกวีและการจำลองสถานการณ์ช่วงถูกจับกุมเมื่อคืนวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นได้มีการร้องเพลงดัดแปลงเพลงจำเลยรักเป็นจำเลยรักถิ่นไทย ยืนยันว่าจะไม่ยอมแพ้แม้ถูกดำเนินคดี และไม่ได้ถูกจ้างมาเพื่อชุมนุมแต่อย่างใด จากนั้นจัดเวทีเสวนาที่มาของปัญหาในการสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะ โดยมี ดร.กฤษฎา บุญชัย สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา นายวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย และตัวแทนกลุ่มชาวบ้านจะนะ จัดฉายหนังสารคดีเรื่องจะนะสู้สุดจะนะ
ระหว่างกิจกรรมการแสดงสถานการณ์จำลองการถูกจับกุมนั้น หนึ่งในผู้ต้องหากรณีถูกจับกุมได้กล่าวความรู้สึกทั้งน้ำตาถึงเหตุการณ์การถูกจับกุมว่า การแสดงดังกล่าว ทำให้เรารู้สึกหวาดกลัวอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งเวลานอน เราขอให้ตำรวจฟังเราก่อนได้หรือไม่ว่าเรามาชุมนุมเพื่ออะไร แต่ตำรวจไม่ฟังเสียงพวกเราเลย จะสลายการชุมนุมเพียงอย่างเดียว ช่วงเวลาการถูกจับกุม ยืนยันว่าให้คนแข็งแรงอยู่ด้านหน้า ให้คนไม่สบายกับผู้สูงอายุอยู่ด้านหลัง แต่ตำรวจไปอุ้มคนสูงอายุก่อนเลย เรากล่าวย้ำว่าอย่าทำเราได้หรือไม่ ฟังเราก่อนได้ไหมว่าเรามาเพื่ออะไร แต่ตำรวจไม่ฟัง เอาเราขึ้นรถ เราทั้ง 37 คนถูกดำเนินคดีกันทั่วหน้า

