09.00 INDEX น้ำผึ้งหยดเดียว จากกรณีจะนะ ท้าทาย ต่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา
กรณีจะนะกำลังจะกลายเป็น ”หินลองทอง” คมแหลมในการพิสูจน์ทราบต่อความมั่นคง แข็งแกร่งของ ”ระบอบประยุทธ์” อย่างที่ไม่เคยประสบมาก่อน
หากเห็นจากบรรยากาศการเสนอ ”ญัตติด่วน” ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันพฤหสบดีที่ผ่านมาก็จะสัมผัสได้
สัมผัสได้ในการปรากฏขึ้นของ ส.ส.จากพรรคพลังประชารัฐ จากพรรคภูมิใจไทย ประสานเข้ากับ ส.ส.จากพรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ แม้กระทั่งพรรคประชาธรรม
ความละเอียดอ่อนเป็นอย่างยิ่ง คือ เสียงขานรับจากพลังในพื้นที่ที่มิได้จำกัดเฉพาะจากจะนะ สงขลา เท่านั้น หากที่สำคัญเป็น อย่างสูงคือจากชุมชุมมุสลิม
นี่จึงมิได้เป็นเสียงสะท้อนโดยตรงไปยังทิศทางการบริหารจัด การของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เท่านั้น หากเท่ากับเป็นการพุ่งตรงไปยัง ”ระบอบประยุทธ์”
เป็นการกระหน่ำเข้าไปยังแก่นกลางของความร่วมมือกันระหว่างกลุ่มทุน ทหารและพรรคการเมืองบางพรรค
เส้นทางของโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะเป็นความต้องการโดยมูลฐานที่จะพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อความมั่งคั่ง มั่นคงและยั่งยืน การต่อต้านของชาวจะนะก็มาจากปัญหาในทางเศรษฐกิจ
กระนั้น หากศึกษาท่าทีไม่ว่าจะมาจากศอ.บต. ไม่ว่าจะมาจากรัฐบาลได้มีส่วนอย่างสำคัญในการแปรเป็นปัญหาในทางการเมือง
เห็นได้จากการสมคบระหว่างนักการเมืองในพื้นที่กับกลไกอำ นาจรัฐและกลุ่มทุนจากส่วนกลาง กีดกันและสร้างระบบประชาพิจารณ์ที่จำกัดกรอบขอบเขตให้เฉพาะพวกของตนเอง
เมื่อชาวบ้านไม่พอใจและขยายการประท้วงเข้าสู่ส่วนกลางก็ใช้ มาตรการที่หลอกลวงในเบื้องต้นและมาตรการที่รุนแรงที่สุด
การสลายและจับกุมเมื่อวันที่ 6 ธันวาคมคือจุดเริ่มของปัญหา
รัฐบาลที่ยึดกุมแนวทาง ”การทหารนำการเมือง” ปราบปราม จับกุมและยัดข้อหามากกว่าที่จะเจรจา ประนีประนอมและทำความเข้าใจ คิดว่าเมื่อจัดการกับ 37 คนก็จะสามารถสยบชาวบ้านลงได้
แต่การณ์หาได้เป็นไปตามเป้าหมายไม่เมื่อเกิดปฏิกิริยาขึ้น
เป็นปฏิกิริยาจากชาวบ้านในพื้นที่ เป็นปฏิกิริยาจากชุมชนมุสลิมอย่างกว้างขวาง เป็นปฏิกิริยาจากผู้รักความเป็นธรรม
นี่คือโจทย์อันแหลมคมเบื้องหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

