“หากพัฒนาไม่ได้ ขอให้นายกฯ เกษียณไปเร็วๆ นะคะ”
เสียงของ “แม่ค้าก๋วยเตี๋ยว” แห่ง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี
แม้จะเป็นเพียง “เสียงเดียว”
แต่ก็ดูเหมือนจะมีพลังรบกวน เสียงตะโกน “รักลุงตู่” ได้อย่างน่าสนใจ
และยิ่งเมื่อมีเสียงอ่านแถลงการณ์ของ “ลูกสาวแห่งท้องทะเล” น.ส.ไครียะห์ ระหมันยะ เยาวชนอายุ 19 ปี จากกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น ที่ตั้งคำถามถึงการ “พัฒนา” ที่จะนะ บ้านของเธอ
เสริมให้ประโยคว่า “ขอให้นายกฯ เกษียณไปเร็วๆ นะคะ” ก็ยิ่งดังขึ้น
ดังจนทำให้มีเสียงขานรับจากสภาผู้แทนราษฎรในเวลาต่อมา
“…ผมเห็นถึงความจำเป็นและความต้องการของ ส.ส.ต้องการตรวจสอบตำรวจ ผู้ใดสั่งการสลายการชุมนุม หากพบผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย หรือการกระทำเกินกว่าเหตุ เกินความจำเป็น ขอให้ลงโทษทางอาญาและดำเนินการลงโทษทางวินัย พร้อมกับทบทวนนิคมอุตสาหกรรมจะนะเพราะพบพิรุธและข้อเท็จจริง หากรัฐบาลเห็นว่าจะนะเป็นคนไทย ต้องพิจารณาตามข้อเสนอที่สภาจะเสนอต่อไป…”
เสียงที่ดังในสภานี้มิใช่เสียงของ “ส.ส.ฝ่ายค้าน”
หากแต่เป็นเสียงของ นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.ยะลา พรรคพลังประชารัฐ
ที่ลุกขึ้นอภิปรายสรุปในฐานะผู้เสนอญัตติให้สภาตั้งกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบตำรวจ ที่เข้าสลายการชุมนุมเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น และให้ตรวจสอบโครงการจะนะ
ร่วมกับอีก 4 พรรค คือ ประชาชาติ, ก้าวไกล, ภูมิใจไทย และประชาธิปัตย์
อันสะท้อนว่า ส.ส.ในฐานะตัวแทนประชาชนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน และรัฐบาล ต่างมีคำถามกับโครงการพัฒนาจะนะ
และรวมถึงวิธีปฏิบัติต่อชาวบ้าน ที่ออกมาตั้งคำถามเดียวกับ ส.ส.ที่ถูกตำรวจควบคุมฝูงชนกวาดจับ
ในฐานความผิด “ฉกรรจ์” หลายฐาน ไม่ว่าชุมนุมห่างจากสถานที่ราชการไม่เกิน 150 เมตร ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทำให้เสี่ยงต่อการระบาดของโรค
รวมถึงกล่าวหาว่าจะมีฝ่ายก่อกวนเข้ามาสมทบการชุมนุม จนยากจะควบคุม
ทั้งที่เป็นการชุมนุมโดยสงบ แต่ที่สุดก็จับกุมชาวจะนะไปถึง 37 คน โดยส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง
นี่เป็นภาพแห่งความแตกต่างของการปฏิบัติต่อประชาชน
กลุ่มที่ตะโกนรักลุงตู่สามารถชุมนุม แห่แหน รอบล้อมผู้นำได้อย่างใกล้ชิด ถึงขนาดเข้าไป “กราบเท้า” ใครบางคนได้
ตรงกันข้ามกับประชาชนที่ออกมาตั้งคำถามรัฐบาล กลับถูกขัดขวางในแทบทุกทาง ต้องกางร่มดำกันสายตาผู้นำไม่ให้แลเห็นคนฝ่ายนี้ก็ทำกันมาแล้ว
นี่จึงเป็นความไม่เท่าเทียม หลายมาตรฐาน ในการปฏิบัติต่อประชาชน
และยิ่งเมื่อมองเข้าไป เข้าไปเฉพาะจุดโดยเฉพาะกรณี “จะนะ” ซึ่งจะพบความคดเคี้ยว เลี้ยวลด อย่างน่าเหนื่อยใจ
ไม่ว่ากรณีเอ็มโอยูที่อยู่ๆ ก็ถูกฉีกทิ้งด้วยคำอธิบายว่าเป็นเพียงการรับทราบของคณะรัฐมนตรีว่ามีเอ็มโอยู (ซึ่งรัฐมนตรีที่ถูกปลดไปแล้วเป็นผู้ดำเนินการ นายกรัฐมนตรีไม่ได้รับรู้) มิใช่การตกลงรับรองเนื้อหา
ซึ่งต่อไปเวลาชาวบ้านตกลงอะไรกับรัฐบาล คงต้องเอาให้ชัดๆ ว่าหมายถึงอะไร
มิเช่นนั้นอาจถูกเบี้ยวเอาดื้อๆ
ตอนนี้ กรณีจะนะจึงได้แค่วนในอ่าง
เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เซ็นแต่งตั้ง นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี “จะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต” อีกคณะ
มีหน้าที่ตรวจสอบ และรับฟังปัญหาในทุกมิติ อีกรอบ และอีกรอบ
จึงไม่ต้องสงสัย ว่าทำไมเสียง “ให้นายกฯ เกษียณไปเร็วๆ นะคะ”
จึงดังไม่หยุด

