คอลัมน์เดินหน้าชน : ผู้ว่าฯสายวิศวะ โดย เสกสรรค์ กิตติทวีสิน
การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ที่คาดว่าจะมีขึ้นในช่วงก่อนกลางปีหน้า ทางพรรคประชาธิปัตย์กะคร่าวๆ ไว้ว่า น่าจะเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม 2565 เท่ากับคน กทม.ก็จะได้เลือกผู้ว่าฯ ครั้งแรกในรอบ 9 ปี
นับตั้งแต่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ขอลาออกก่อนครบวาระแค่วันเดียว เมื่อ 9 มกราคม 2556 ก่อนที่ กกต.จะกำหนดวันเลือกตั้งใหม่เป็นวันที่ 3 มีนาคม 2556 และ “คุณชายหมู” ก็ลงสมัครอีกครั้ง คนกรุงเทคะแนนเทเสียงท่วมท้นเกือบ 1.3 ล้านเสียง กลับมานั่งเป็นผู้ว่าฯสมัยที่ 2
กระทั่งเกิดสถานการณ์ทางการเมืองครั้งใหญ่ในประวัติ ศาสตร์ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เจอคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตามคำสั่งของหัวหน้า คสช. ที่ 64/2559 ในวันที่ 18 ตุลาคม 2559
สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ที่กำลังจะมีขึ้น นับได้ว่าบรรยากาศโหมโรงก่อนศึกจะถูกกำหนดขึ้น คึกคักอย่างมาก ไม่ใช่การประชันกันแค่ 2 พรรคใหญ่แบบหนก่อน แม้ 9 ปี ก่อนจะมีผู้สมัครอิสระรวมด้วยเป็น 25 คน แต่มีให้ลุ้นระหว่างประชาธิปัตย์กับเพื่อไทยเท่านั้น
เมื่อเปรียบเทียบ กทม.ในปี 2556 กับ กทม.ในยุคปัจจุบัน มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย ทั้งสถานการณ์ทางการเมืองพร้อมกับปมปัญหาซับซ้อนมากมาย การเกิดโรคโควิดอาละวาดไปทั่วโลก และจำนวนประชากรในกรุงเทพฯก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว เยาวชนหรือคนรุ่นใหม่ที่เมื่อ 9 ปีก่อน ก็จะมีสิทธิลงคะแนนเสียงในปีหน้า ด้วยโลกโซเชียลให้ติดตามข่าวสารมากมาย ทำให้เด็กรุ่นใหม่สามารถตัดสินใจด้วยข้อมูลของตัวเอง ไม่ต้องฟังเสียงผู้ใหญ่ในบ้านให้เลือกตามอีกต่อไป
พรรคใหญ่อย่างพลังประชารัฐก็พร้อมจะร่วมชิงชัยกับประชาธิปัตย์ เจ้าของแชมป์พื้นที่เดิม รวมทั้งพรรคเพื่อไทย ยังไม่นับผู้สมัครอิสระตัวเบิ้มๆ อย่าง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่เปิดตัวมาพอสมควรแล้ว ล่าสุด นิด้าโพล ประกาศเป็นผู้ว่าฯกทม.ที่ประชาชนสุ่มสำรวจเลือกเป็นอันดับ 1 ถึงร้อยละ 34.37
ถ้าเอาใจเป็นกลางต่อผลโพลที่ออกมา วัดได้อย่างหนึ่งว่า พรรคใหญ่ๆ คงต้องจัดผู้สมัครระดับเบิ้มๆ ไม่แพ้ ชัชชาติออกมา ช่วงนี้หลายพรรคการเมืองเริ่มทาบทาม หรือวางตัวเลือกผู้สมัครพอให้เห็นเงากันบ้างแล้ว ขณะที่ผู้สมัครอิสระอีกหลายรายที่ซุ่มเงียบก็พร้อมออกสู่ที่แจ้งในอีกไม่ช้า
ผู้สมัครอิสระอย่าง ชัชชาติ ที่เคยได้ฉายาว่า “บุรุษที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล” เป็นรัฐมนตรีระดับกระทรวงใหญ่อย่างคมนาคม และก็นักบริหารระดับซีอีโอ แนวความคิดจึงไม่ติดกรอบใดๆ ผ่านการบริหารงบประมาณทั้งภาครัฐและเอกชนมาหมดแล้ว
ขณะที่ผู้ว่าฯหมูป่า “ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร” มีชื่ออยู่ในกระแสข่าวว่าพรรคพลังประชารัฐทาบทามไว้ในเบื้องต้น หลังกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งให้ย้ายมาเป็นผู้ว่าฯปทุมธานีหมาดๆ เมื่อ 1 ตุลาคม 2564 นี้เอง เข้ามาประชิดติดเมืองหลวงมากขึ้น
แต่เจ้าตัวก็ยังไม่เคยปริปากให้ได้ยิน เนื่องจากยังทำหน้าที่ในตำแหน่งพ่อเมือง จะให้สัมภาษณ์เรื่องทำนองในเวลานี้คงไม่เหมาะสมแน่ แต่ก็ยังไม่ได้ยินเสียงปฏิเสธใดๆ ทั้งจากเจ้าตัวและจากพลังประชารัฐแบบชัดแจ้งเหมือนกัน ขณะเดียวกัน เส้นทางราชการก็ยังไปได้อีกไกล มีโอกาสไต่เต้าตำแหน่งที่สูงขึ้นในกระทรวงมหาดไทย
หากเป็นจริง การตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตก็คงไม่ง่ายเหมือนกัน
ส่วนค่ายแม่พระธรณีบีบมวยผม โฆษกพรรคกล่าวมั่นใจมาแต่ไกลเลยว่า พี่น้องชาวกรุงเทพมหานครจะไว้วางใจให้ผู้สมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ได้เข้าไปทำหน้าที่ทั้ง ส.ก.และผู้ว่าฯกทม. อย่างแน่นอน
พูดโวอย่างนี้ถอดรหัสได้ว่าต้องมีผู้สมัครที่ดีกว่า “ชัชชาติ” และผู้ว่าฯหมูป่า เป็นแน่ ดังนั้นต้องติดตามดู ที่ประชุมของพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ 13 ธันวาคมนี้ ที่จะเปิดตัว “สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” หรือ ดร.เอ้ อดีตอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่มีการกล่าวถึงกันมากขึ้น ก็น่าสนใจไม่น้อย
ทั้งหมดล้วนจบจากสายวิศวกรรมทั้งสิ้น ชัชชาติ-จุฬาฯ ณรงค์ศักดิ์-เกษตรฯ และสุชัชวีร์-เทคโนฯลาดกระบัง
หากผู้สมัครที่มีชื่อเหล่านี้ลงขับเคี่ยวกันจริงๆ ผลประโยชน์ก็จะตกที่คนกรุงเทพฯ ใครเข้าวินก็ดีทั้งนั้น

