คอลัมน์หน้า 3 : น้ำผึ้ง หยดเดียว เปิดโปง ระบอบประยุทธ์ จากกรณี ‘จะนะ’
เด่นชัดอย่างยิ่งว่า การตัดสินใจ “สลาย” การชุมนุมชาวบ้านจากจะนะ สงขลา บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลเมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 6 ธันวาคม
เป็น “ความผิดพลาด”
เหมือนกับจะเป็นความผิดพลาดในระดับ “ยุทธวิธี” แต่นับวันความผิดพลาดนี้จะส่งผลสะเทือนไปถึงระดับ “ยุทธศาสตร์”
เมื่อเส้นทาง “การตัดสินใจ” ถูก “เปิดเผย” ออกมา
ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจในระดับ “ปฏิบัติการ” ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจในเชิง “นโยบาย” อันกำหนดโดย “ทำเนียบรัฐบาล”
คล้ายกับจะดำเนินไปในลักษณะ “เฉพาะส่วน”
แต่เอาเข้าจริงๆ ปฏิบัติการต่อชาวจะนะ สงขลา คือ รูปธรรมอันเป็นภาพสะท้อนที่รัฐบาลกระทำอย่างต่อเนื่อง
ไม่ว่ากับ “เยาวชน” ไม่ว่ากับ “ชาวบ้าน”
พลันที่เกิดปรากฏการณ์บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลกลางดึกของคืนวันที่ 6 ธันวาคม บรรดาผู้ถูกกระทำทั้งหลายจำเป็นต้องนั่งขบคิด
ขบคิดถึง “การกระทำ” ที่เคย “ประสบ”
ไม่ว่าจะต่อกรณีของ ไผ่ ดาวดิน บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในเดือนตุลาคม ไม่ว่าจะกรณีของ รุ้ง ปนัสยา และ เพนกวิน
ตลอดจนชาวบ้านที่เชียงรายชาวบ้านที่สงขลา
รูปธรรมอันเด่นชัดเห็นได้จากในยุคที่มีการประกาศและบังคับใช้สถานการณ์ฉุกเฉินภายใต้การแพร่ระบาดของโควิด
อ้างเป็นห่วง “โรค” แต่เป้าหมายคือ “การชุมนุม”
ปฏิบัติการสลายการชุมนุมชาวบ้านจะนะ สงขลา จึงเป็นสินค้าตัวอย่างที่ดำเนินไปอย่างอึกทึกและถูกต่อต้าน เปิดโปงอย่างรุนแรง
จากบนท้องถนน ถึงที่ประชุมรัฐสภา
จะเข้าใจสถานการณ์ของชาวจะนะ สงขลาได้จำเป็นต้องมองอย่างเห็นความสัมพันธ์และต่อเนื่องในทางเศรษฐกิจและการเมือง
โครงการนิคมอุตสาหกรรมเป็นเรื่องทาง “เศรษฐกิจ”
แต่เป็นเศรษฐกิจซึ่งมีสายสัมพันธ์กับองค์ประกอบของ “อำนาจรัฐ” และ “กลุ่มทุน” อย่างแนบแน่นจึงดำเนินไปในลักษณะ “รวมศูนย์”
บทบาท “ทหาร” บทบาท “กลุ่มทุน” บทบาท “นักการเมือง”
การอภิปรายทั่วไปของพรรคก้าวไกลโดย นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ทำให้โครงสร้างแห่งการพัฒนาฉายชัด
ฉายชัดผ่าน “ศอ.บต.” ผ่าน “อบจ.”
เมื่อนำเอามาตรการการปราบปรามในแบบ “ทหาร” มาใช้กับการเคลื่อนไหวทาง “เศรษฐกิจ” จึง
กลายเป็นเหมือน “น้ำผึ้งหยดเดียว”
เมื่อไหแตกทุก “ความเป็นจริง”ก็แผ่กระจาย
ไม่ว่าจะเป็นความเป็นจริงของอำนาจทหาร ไม่ว่าจะเป็นความเป็นจริงของกลุ่มทุน ไม่ว่าจะเป็นความเป็นจริงของพรรคการเมือง
มองเห็นภาพชัดแห่ง “ระบอบประยุทธ์”
แม้โดยความแกร่งแห่งกลไก “อำนาจรัฐ” จะต้องการจบ ต้องการสยบปัญหา แต่ความฉาวโฉ่ที่ดำรงอยู่อย่างต่อเนื่องก็ไม่ยินยอม
สถานการณ์ในวันที่ 13 ธันวาคม จะเป็นคำตอบหนึ่ง

