สถานีคิดเลขที่ 12 : ของขวัญคนกรุง โดย นฤตย์ เสกธีระ

14.12.21 | 10:15 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : ของขวัญคนกรุง

สถานีคิดเลขที่ 12 : ของขวัญคนกรุง โดย นฤตย์ เสกธีระ [email protected]

ไม่รู้ว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ของปี 2565

แต่แค่เริ่มต้นก็สัมผัสได้ถึงความสนุกในการหาเสียงเลือกตั้งแล้ว

นี่แค่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ประกาศลงชิงผู้ว่าฯกทม. ในนามอิสระ

นี่แค่ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประกาศลงชิงผู้ว่าฯกทม. ในนามพรรคประชาธิปัตย์

แค่นี้ก็ออกรสชาติ

Advertisement

ทั้งนี้เพราะประวัติความเป็นมาของผู้ลงชิงชัยในสนามเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ถือว่าไม่ธรรมดา

นายชัชชาตินั้นเคยแสดงไอเดียให้เห็นตอนที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ผลักดันโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง แม้ว่าโครงการดังกล่าวต้องยุติลง เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย

แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ยืนยันว่า รถไฟฟ้าความเร็วสูงคือความจำเป็นของภูมิภาคนี้

นอกจากนี้นายชัชชาติยังเดินหาข้อมูลความต้องการของคนกรุงเทพฯมาโดยตลอด

สุดท้ายกลั่นแนวทางหาเสียงไว้ 4 เรื่อง

ทั้งเรื่องคน เรื่องเทคโนโลยี เรื่องสิ่งแวดล้อม และเรื่องเศรษฐกิจ

ส่วนนายสุชัชวีร์แสดงไอเดียมาหลายเวที ในอดีตมีความห้าวหาญขนาดนำเรื่องรถไฟใต้ดินไปเสนอผู้ว่าฯกทม.

แต่ไม่ได้รับความสนใจ

สุดท้ายไอเดียของนายสุชัชวีร์เพิ่งได้รับการยอมรับ

นอกจากนี้นายสุชัชวีร์ยังเสนอวิชั่นบนเวทีของสถาบันพระปกเกล้าเมื่อหลายปีก่อน เรียกเสียงฮือฮาให้เกิดขึ้น

ล่าสุดมีไอเดียแก้ไขน้ำท่วมกรุงเทพฯ ด้วยข้อเสนอสร้างแก้มลิงเก็บน้ำใต้ดิน

เมื่อน้ำมากก็เอาน้ำไปเก็บ เมื่อน้ำขาดก็ดึงน้ำมาใช้

คู่แข่งขัน 2 คนนี้มีการศึกษาความต้องการของคนเมือง และมีข้อเสนอในการแก้ปัญหาให้คนเมือง

แค่ข้อเสนอของแต่ละคนที่จะแก้ปัญหากรุงเทพฯ ก็อยากฟังกันแล้ว

ยิ่งถ้ามีข้อเสนอพัฒนาอนาคตของเมืองหลวงประเทศไทย ก็ยิ่งน่าฟังเข้าไปใหญ่

แล้วถ้ายึดไอเดียของ 2 คนนี้เป็นบรรทัดฐาน

ผู้สมัครคนอื่น พรรคการเมืองที่จะส่งผู้สมัครรายอื่นมาลงประชัน ก็ต้องมีไอเดียที่ไม่แพ้กัน

ส่วนความสำเร็จของนโยบายนั้น คงต้องดูทีมรองผู้ว่าฯกทม. ประกอบการตัดสินใจ

แต่การเปิดโอกาสให้ผู้สมัครชิงผู้ว่าฯกทม. ได้เสนอแนวทางต่อสาธารณะ

เปิดเผยมุมมองที่จะทำให้กรุงเทพฯพัฒนา ทำให้ประชาชนมีความหวัง

ถ้าผู้สมัครที่สามารถคว้าชัยเข้าไปนั่งบริหารได้จริง และผลักดันนโยบายที่พูดให้เกิดขึ้นได้

ถือว่าการเมืองไทยทำลายคำปรามาสที่ว่า “พูดเก่งแต่ทำไม่สำเร็จ” ไปได้

แต่ถ้าทำไม่สำเร็จเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นมาหลายครั้ง

ไอเดียอันบรรเจิดต่างๆ ที่นำเสนอ ผนวกกับความตั้งใจที่อยากให้กรุงเทพฯไปได้สวย

แค่นี้ก็ทำให้ผู้คนมีความหวัง มองเห็นหนทางสู่อนาคต

ไม่นิ่งแช่จมอยู่กับปัญหาเก่าพร้อมกับข้อแก้ตัวที่ไร้หนทางแก้ไขเหมือนเช่นที่เคยประสบพบเห็น

การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ครั้งที่จะถึงนี้

แค่เห็นผู้สมัครเปิดตัวก็รู้สึกสนุก

ไม่รู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รู้สึกสนุกด้วยหรือเปล่า

หากรู้สึกสนุกก็ช่วยทำให้การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.เกิดขึ้นเร็วกว่ากลางปีหน้า

ถ้าได้ต้นปีหน้าก็ถือเป็นการให้ของขวัญคนกรุงเทพมหานคร