อจ.แพทย์มศว พาชาวนครนายก 1 คันรถสมทบ ‘จะนะ’ ปราศรัยเดือดรัฐบาลลักไก่
เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ที่หน้าองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถนนราชดำเนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพฯ เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นและภาคีเซฟจะนะ เตรียมพร้อมเดินเท้าไปยังประตู 1 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อฟังคำตอบจากรัฐบาลเรื่องการประเมินสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ หรือ SEA แบบมีส่วนร่วมของโครงการ “จะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต” หรือนิคมฯจะนะ รวมถึงเรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีกับชาวบ้าน 37 คนที่ถูกตำรวจจับกุม เมื่อวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเวลา 16.40 จะนะรักษ์ถิ่นดันโล่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อกดดันเจ้าหน้าที่ให้เปิดทางเข้าไปทำเนียบรัฐบาล แต่ไม่สำเร็จ ตัวแทนเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นกล่าวว่า ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่เปิดทาง จะยึดถนนทั้งสายและปักหลักบริเวณดังกล่าว ถ้าพรุ่งนี้รัฐบาลไม่ยอมรับฟัง เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีเครือข่ายอื่นๆมาสมทบเพิ่มมากขึ้น
เวลา 16.55 น. ผศ.ดร.นพ.สุธีร์ รัตนะมงคลกุล หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวในประเด็นเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่จังหวัดนครนายก
“เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่อยู่ที่บางเขนซึ่งเก่าแล้วต้องย้ายไปไว้ที่ต่างจังหวัด รัฐจึงเลือกจังหวัดนครนายกเมื่อปี 2533 ในตอนนั้นยังเป็นทุ่งนาแต่ปัจจุบันไม่ใช่แล้ว มันไม่ใช่ที่รกร้างว่างเปล่าที่จะไปสร้าง แต่รัฐบาลก็ยังลักไก่ พวกเราจึงรู้สึกไม่แตกต่างกับจะนะที่กำลังถูกลักไก่แม้กระทั่งสัญญาแล้วก็ยังไม่ยอมยกเลิกหรือยุติ ผมเห็นภาพที่ชาวจะนะถูกจับกุมผมทนไม่ได้จริงๆ
นี่คือทุกข์ของคนในพื้นที่แท้ๆแต่รัฐบาลก็ยังจับกุมดำเนินคดีวันนี้เราจึงพาชาวนครนายก 1 คันรถตู้มาร่วมกับพี่น้องชาวจะนะเพื่ออยากให้คนไทยได้รับรู้รับทราบว่าตอนนี้เราจะมีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ซึ่งเทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่กำลังทำอยู่เป็นเทคโนโลยีล้าสมัยแต่รัฐบาลก็ยังคงดำเนินอยู่เพราะอะไร นี่คือสิ่งที่ต้องตอบชาวบ้านให้ได้ และอีกเรื่องหนึ่งคือนครนายกกลายเป็นสุสานกากนิวเคลียร์ 10 ปีที่ผ่านมารัฐบาลนำกากนิวเคลียร์ไปทิ้งไว้ที่นครนายกโดยที่ไม่มีใครรู้เรื่องเลย นี่คือสิ่งที่เราอยากจะบอกกับรัฐบาลและขอให้ฟังชาวนครนายกอย่างแท้จริง”ผศ.ดร.นพ.สุธีร์

