วันที่ 4 ต.ค.2559 เวลา 11.30 น. ที่ศูนย์ปฎิบัติการส่วนหน้า (ศปก.) สภ.เมืองขอนแก่น นายจตุรภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน ผู้ต้องหาในความผิดฐานขัดคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.และขัดคำสั่งหัวหน้า คสช.จากเหตุการณ์ร่วมกันชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน จากเข้าร่วมกิจกรรม “พูดเพื่อเสรีภาพรัฐธรรมนูญกับคนอีสาน” ที่อาคารจตุรมุข คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมด้วยแกนนำกลุ่มประชาธิปไตยใหม่อีสานและกลุ่มทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งประกอบด้วย น.ส.ฉัตรมงคล เจนเชี่ยวชาญ , นายณรงค์ฤทธิ์ อุปจันทร์ , น.ส.ณัฐพร อาจหาญ และ น.ส.ดวงทิพย์ ฆารฤทธิ์ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ถวัลย์ สุทธาวรัตน์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนคดีความมั่นคง สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมตามการนัดหมายของพนักงาน สอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจ คอยสังเกตการณ์และรักษาความปลอดภัยเต็มกำลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการสอบปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมงจึงปล่อยตัวชั่วคราว
พ.ต.ท.ถวัลย์ สุทธาวรัตน์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 6 คนได้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำตามหมายเรียกและการนัดหมายร่วมระหว่าง 2 ฝ่าย ในฐานความผิดขัดคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.และขัดคำสั่งหัวหน้า คสช.จากเหตุการณ์ร่วมกันชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน จากการจัดกิจกรรม”พูดเพื่อเสรีภาพรัฐธรรมนูญกับคนอีสาน” ที่อาคารจตุรมุข คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2559 ที่ผ่านมา โดยทั้งหมดได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี ซึ่งการให้ปากคำนั้นไม่สามารถที่จะเปิดเผยได้
ขณะที่ในวันนี้ผู้ต้องหาที่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ออกหมายเรียกเพิ่มเติมอีก 5 คน จากคดีความเดียวกันและเหตุการณ์เดียวกันได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาอีก 2 คือ นายภานุพงศ์ ศรีธนานุวัฒน์ หรือ ไนซ์ ดาวดิน และนาย เอ (นามสมมติ) ยังเหลือเพียง นายรังสิมันต์ โรม ที่ยังไม่เข้ามาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา
ทั้งนี้ กิจกรรม “พูดเพื่อเสรีภาพรัฐธรรมนูญกับคนอีสาน” ที่อาคารจตุรมุข คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นในครั้งนั้น พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกในคดีความดังกล่าวนั้น รวมทั้งหมด 11 คน โดยขณะนี้มีผู้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาหลังจากตกเป็นผู้ต้องหาแล้วทั้งหมด 10 คน ในจำนวนนี้มี นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย รวมทั้ง รศ.พรรณวดี ตันศิรินทร์ อดีตข้าราชการบำนาญ รวมอยู่ด้วย ยกเว้นนายรังสิมันต์ โรม สมาชิกขบวนการประชาธิปไตยใหม่ เท่านั้นที่ยังคงไม่มาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกในครั้งนี้ ซึ่งก็จะมีการออกหมายเรียกเพิ่มเติมอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม สำหรับการสอบปากคำผู้ต้องหาชุดแรก 10 คน มีความคืบหน้าอย่างมากซึ่งพนักงานสอบสวนจะเร่งสรุปสำนวนและส่งฟ้องต่อศาลทหาร มทบ.23 ตามลำดับขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ด้าน นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่นเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว เมื่อวันที่ 30 ก.ย.59 ที่ผ่านมา โดยตนปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31ก.ค.2559 ซึ่งมีการจัดกิจกรรม “พูดเพื่อเสรีภาพ รัฐธรรมนูญกับคนอีสาน” โดยตนเองพร้อมภรรยา คือ รศ.พรรณวดี ได้ไปในสถานที่ที่จัดกิจกรรมดังกล่าวจริง แต่เป็นการไปพบกับเจ้าหน้าที่จากสหภาพยุโรปหรืออียู ที่มีการนัดพบและให้ข้อมูลในด่านต่างๆ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมแต่อย่างใด และเมื่อเห็นว่ามีการจัดกิจกรรมและเป็นการแสดงออกตามสิทธิและหน้าที่ก็ไปนั่งฟังไม่นานนัก ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายเรียกให้มาพบและรับทราบข้อกล่าวหาจึงปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 10 ผู้ต้องหาพูดเพื่อเสรีภาพปฏิเสธข้อหา เห็นว่าการพูดเรื่องรัฐธรรมนูญและประชามติเป็นเสรีภาพ

