‘ณัฐชา’ ชี้ ‘ประยุทธ์’ หวังใช้สนามผู้ว่าฯกทม. เป็นสะพานต่อรองยืดอายุ มองไกลสร้างหลุมหลบภัยหาทางรอดจากศึกซักฟอก สมัยประชุมสภาครั้งหน้า
เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่าจะให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯกทม.) ในช่วงกลางปี 2565 ว่าถ้าหากมองการเมืองระดับชาติพ่วงไปด้วย สมัยประชุมของสภาผู้แทนราษฎร จะหมดในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 แล้วจะเปิดสมัยประชุมฯอีกครั้งช่วงเดือนพฤษภาคม 2565 ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์จะต้องถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจอีกรอบ สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบที่แล้ว เป็นไปอย่างทุลักทุเล เพราะมีการหลอกใช้ และหักหลังรัฐมนตรีหลายคน รวมถึงการแบ่งกลุ่มภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งเป็นการทิ้งไพ่ใบสุดท้ายไปแล้ว
นายณัฐชากล่าวว่า ดังนั้น ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบหน้า พล.อ.ประยุทธ์จะสิ้นไร้ไม้ตอก และไม่มีอะไรจะไปต่อกรกับพรรคฝ่ายค้าน เพราะได้ทำลายความเชื่อมั่นของคนในพรรคร่วมรัฐบาลและสมาชิกพรรค พปชร. ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าความบาดหมางภายในพรรค พปชร. จะปะทุขึ้นเมื่อไหร่ นอกจากนี้ การยังไม่ตั้งรัฐมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่างลง จะเป็นเครื่องต่อรองผลประโยชน์กับกลุ่มต่างๆ สะท้อนว่าความไม่แน่นอนของรัฐบาลยังสั่นคลอนอยู่
“สรุปคือ ในเดือนพฤษภาคม 2565 ที่จะมีการประชุมสภารอบหน้า จะมีเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงต้องหาสิ่งที่ใช้ยื้อเวลาให้ทุกพรรคการเมือง สิ่งที่รัฐบาลทำได้คือ การบอกว่าจะให้เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในช่วงเดือนเมษายนหรือเดือนพฤษภาคม เพื่อทำให้พรรคฝ่ายค้าน และพรรคฝ่ายรัฐบาล กรูเข้าไปสนับสนุนการเลือกตั้ง ใช้สรรพกำลังทั้งหมดที่มีในการเลือกตั้งท้องถิ่น สังเกตจากการอภิปรายรอบที่แล้ว ก็โยนเรื่องการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ลงมา ให้หลายๆ ฝ่ายมุ่งสู่เป้าหมายนั้นๆ ทั้งนี้ การที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ขึ้นมา เพื่อเป็นการต่อรองยืดอายุให้ตัวเอง” นายณัฐชากล่าว

