‘นิกร’ ชี้ ถ้าไม่อยากเลือกตั้งเร็ว ช่วยรักษาสภา อย่าให้ล่มบ่อย หวั่น เป็นเหตุนายกฯยุบสภา

18.12.21 | 12:10 น.

“นิกร” ชี้ ถ้าไม่อยากจะ ลต.กันเร็วต้องช่วยกันรักษาสภาอย่าให้ล่มบ่อย หวั่นเป็นเหตุให้นายกฯ ยุบสภา เผย วิษณุ เรียกคุยคณะทำงานยกร่าง พ.ร.ป. 2 ฉบับ-วิปรัฐบาล -กกต. จันทร์นี้


เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะคณะทำงานเตรียมการจัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่) พ.ศ. … (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสภาล่ม 2 ครั้งใน 1 สัปดาห์ว่า ตนเองอยู่ในที่ประชุมสภา และเป็นคนหนึ่งที่ขานชื่ออยู่สภาเสมอ ในที่ประชุมวิปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนได้ให้ความเห็นไว้ในที่ประชุมแล้วว่า ในการประชุมเพิ่มวันศุกร์จะมีปัญหาตามสมควรเนื่องจากเป็นช่วงปลายของสภา กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญก็ออกแล้วเป็นบัตร 2 ใบ เขตเลือกตั้งเริ่มจะไม่แน่นอนว่าจะเป็นอย่างไร ดังนั้น ส.ส.เขต ซึ่งมีหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติ และเป็นปากเสียงของประชาชน จึงน่าเห็นใจ ส.ส.เขต และสัญญาเลือกตั้งก็เริ่มมาแล้ว เขาต้องลงพื้นที่เพราะเป็นสภาพบังคับ เมื่อเป็นวันศุกร์เขาก็จะมีปัญหากดดัน

นายนิกรกล่าวว่า ถึงแม้ว่าการพิจารณาในสภาเป็นเรื่องรายงานสภาค้างอยู่หลายฉบับ หากไม่พิจารณาจะไม่เกิดผลในทางปฏิบัติไม่สามารถส่งไปยังรัฐบาลได้ ประธานสภาหารือวิป ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกันว่าการประชุมในวันศุกร์จะนำรายงานเหล่านี้มาเสนอ เนื่องจากเป็นเรื่องของส่วนรวมในสภา ขออย่าเคร่งครัดในเรื่ององค์ประชุม อย่างไรก็ตาม ตนได้ชี้ว่าจะต้องระวังฉบับที่มีปัญหานี้ เนื่องจากถูกแย้งโดยพรรคก้าวไกล เมื่อไม่เห็นด้วยอาจต้องมีการลงมติ ส.ส.บางคนจึงคิดว่าคงไม่มีการเสนอให้นับ คงเข้าใจว่าไม่ซีเรียสเพราะเคยคุยกันไว้เดิมแล้วว่าถ้าเป็นรายงานของสภาไม่ใช่เรื่องของฝ่ายค้านหรือของฝ่ายรัฐบาลก็จะช่วยกันประคับประคองเพื่อจะได้ส่งต่อไปยังรัฐบาล จึงเกิดปัญหาขึ้น

นายนิกรกล่าวว่า ครั้งหน้ามีความเห็นกันว่าในช่วงปีสุดท้ายเนื่องจากยังไม่รู้ว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ก็ต้องเปิดโอกาสให้วันเวลาของ ส.ส.ได้ลงพื้นที่บ้าง เพราะเขตเลือกตั้งก็ยังไม่แน่นอนเพราะเพิ่มเป็น 400 เขต บัตร 2 ใบ สัญญาณการเลือกตั้งเริ่มขึ้นมาแล้ว คงต้องหาเสียงพบประชาชน ซึ่งก็เห็นใจ ส.ส.เขต เพราะไม่เช่นนั้นรักษาสภาได้แต่รักษาความเป็น ส.ส.ของตัวเองไม่ได้ ขอให้วิป 2 ฝ่าย ได้ตกลงกันให้ชัดเจน ควรจะเป็นลักษณะเหมือนกระทู้ เพราะถ้าเสียงไม่เกินกึ่งหนึ่งก็สามารถดำเนินการได้ ในช่วงปีหลังต่างฝ่ายต่างต้องเห็นใจกันในฐานะตัวแทนประชาชน ที่ต้องทำหน้าที่นิติบัญญัติและทำหน้าที่ในฐานะเป็นปากเสียงของประชาชน

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวิจารณ์ว่าสภาล่มบ่อยอาจเป็นการส่งสัญญาณว่าสภามีปัญหาอาจทำให้เกิดการยุบสภา นายนิกรกล่าวว่า การยุบสภาคือสภามีปัญหา ซึ่งการที่องค์ประชุมไม่ครบแล้วทำให้สภาล่มก็ถือเป็นปัญหาอย่างมีนัยยะสำคัญที่ของสภาเหมือนกัน จึงต้องพึงรักษาสภากันไว้ ในฐานะ ส.ส. ถ้าไม่อยากจะเลือกตั้งกันเร็วก็ต้องช่วยกันรักษา เพราะเป็นเหตุให้นายกรัฐมนตรีสามารถนำไปเป็นเหตุยุบสภาได้ ส่วนที่มี ส.ส.ที่เป็นรัฐมนตรีหลายคนไม่มา คงเพราะติดงาน เร่งทำงานเข้าพื้นที่เพราะใกล้สิ้นปี

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านเองก็อยู่ในที่ประชุมจำนวนมาก นายนิกรกล่าวว่า ฝ่ายค้านเองก็ทำได้ เป็นบทบาทของฝ่ายค้านที่จะทำอย่างนั้น แต่โดยองค์รวมของสภา ก็ต้องเข้าใจซึ่งกันและกันด้วยในเมื่อเป็น ส.ส.ด้วยกัน

ผู้สื่อข่าวถามถึง ความคืบหน้าร่างกฎหมายลูกของพรรคร่วมรัฐบาล นายนิกรกล่าวว่า ในวันจันทร์ที่ 20 ธันวาคมนี้เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เชิญคณะทำงานยกร่างกฏหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับฯ ชุดที่มีนายวิเชียร ชวลิต เป็นประธานคณะทำงาน อาทิ ตนเอง นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นายราเมศ รัตนะเชวง นายชาดา ไทยเศรษฐ์ นายศุภชัย ใจสมุทร นายโกวิทย์ พวงงาม นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ และนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชา (พปชร.) ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (ประธานวิปรัฐบาล) เข้าหารือร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องที่จะยื่นร่างดังกล่าวผ่านรัฐบาล เพื่อไม่ให้เกิดมีปัญหายุ่งยากในภายหลังจึงต้องหารือกันก่อน เพราะร่างที่ กกต. ยกขึ้นมาทำบัตรเป็นเบอร์เดียวกัน อาจจะเสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 90 แต่ทางพรรคร่วมเห็นว่า เป็นบัตรคนละเบอร์กันจะมีปัญหาน้อยกว่า

นายนิกรกล่าวว่า ส่วนร่างกฏหมายพรรคการเมือง กกต.แก้มา 2-3 มาตราเท่านั้น ตามอำนาจหน้าที่ กกต. แต่ในความเป็นจริง ทราบว่า กกต.เอง มีปัญหาตัวแทนประจำจังหวัดเขตเลือกตั้งอยู่มากในการบริหารจัดการ ก็ต้องเห็นใจ กกต. เรา พรรคร่วมรัฐบาลจึงมีการขอแก้กฎหมายพรรคการเมือง เช่น สาขาพรรคการเมือง ตัวแทนประจำจังหวัด ซึ่งแก้เพื่อให้บริหารจัดการพรรคการเมือง ปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่เพื่อการเลือกตั้งครั้งนี้เท่านั้น