‘เขาเป็นเพื่อน ไม่ใช่คู่ค้า’ – ‘กิตติรัตน์’ เผยความใน ‘โต้งยังอยู่กับเราเสมอ’ เชื่อ เป็นที่รักของทุกคน

18.12.21 | 18:10 น.

‘เขาเป็นเพื่อน ไม่ใช่คู่ค้า’ – ‘กิตติรัตน์’ เผยความใน ‘โต้งยังอยู่กับเราเสมอ’ เชื่อ เป็นที่รักของทุกคน


เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ที่วัดเสมียนนารี เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานฌาปนกิจ นายฐากูร บุนปาน อดีตรองประธานคณะกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีการประชุมเพลิงเวลา 14.30 น. ภายในงานมีการจัดเตรียมเก้าอี้แบ่งเป็นโซนต่างๆ ภายใต้มาตรการสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 โดยบริเวณทางเข้า-ออก มีการติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิ และให้บริการเจลล้างมือแอลกอฮอล์ บริเวณข้างเมรุ ใกล้ศาลาหิรัญบูรณะ ไปจนถึงติดตั้งจอภาพขนาดใหญ่ แสดงภาพถ่ายนายฐากูรตั้งแต่ครั้งเยาว์วัย, ชีวิตการทำงาน, ภาพครอบครัว ซึ่งถ่ายร่วมกับ นางวิสาตรี บุนปาน ภริยา และนายบุญรักษา บุนปาน บุตรชาย รวมถึงญาติๆ

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงนายฐากูรว่า ตนรู้จักนายฐากูรตั้งแต่อยู่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายฐากูรอยู่คณะรัฐศาสตร์ ตนอยู่คณะเศรษฐศาสตร์ ชอบเล่นฟุตบอลเหมือนกัน คณะของตนไม่มีสนามฟุตบอลจึงข้ามไปเล่นสนามของคณะรัฐศาสตร์ ทำให้คุ้นเคยกับคนที่คณะรัฐศาสตร์ตั้งแต่รุ่นพี่ไปจนถึงรุ่นของนายฐากูร

Advertisement

“กับโต้งรู้จักกันตั้งแต่ปี 2523 เจอกันเพราะเล่นกีฬา ตอนนั้นต่างคนต่างเป็นนิสิตในมหาวิทยาลัย คนละคณะด้วย เหมือนอย่างเดียวคือชื่อเหมือนกัน เราว่าเราชื่อ ‘โต้ง’ ก็เป็นคนดังนะ แต่เขาเป็น ‘โต้ง’ ที่ดังกว่า ถ้าพูดถึงจำนวนคน หรือความลึกที่คนรู้จัก ผูกพัน เขาไปไกลกว่าเรามากมาย” นายกิตติรัตน์กล่าว และว่า

นายกิตติรัตน์กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นตนก็มาอยู่ในแวดวงการเงิน พี่โต้ง (ฐากูร) มาเป็นผู้สื่อข่าวการเงิน ก็คุยกัน พี่โต้งบอกว่านักข่าวการเงินต้องการความรู้

“แกก็ดีนะ อาสาจัดอบรมให้ผู้สื่อข่าวสายเศรษฐกิจทุกค่าย ไม่ได้อบรมแค่ค่ายของตัวเอง เราก็มาเป็นหนึ่งในวิทยากร เห็นในความตั้งใจดีของเขากับส่วนรวม เราก็ยังเล่นฟุตบอลกันเรื่อยๆ เขาเล่นในทีมประสานมิตร เราเล่นในทีมอัสสัมชัญ แล้วก็มีสโมสรอาวุโสที่ต่างคนต่างไปสังกัด

ผมว่าเขาเป็นคนที่ใครๆ ก็รัก ไม่ว่าจะมีความคิดเหมือนหรือต่างจากเขา ก็รักเขาทั้งนั้น เพราะเขายินดีรับฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างๆ อธิบายความไม่เหน็ดไม่เหนื่อย ลูกน้องก็คงรักเขาด้วย” นายกิตติรัตน์กล่าว

เมื่อถามถึงความประทับใจในตัวนายฐากูร?

นายกิตติรัตน์เปิดเผยว่า ตนรู้สึกว่านายฐากูรเป็นเพื่อนอย่างรุนแรง ทุกวันยังเปรยๆ กันอยู่เลยว่า เขาเสียชีวิตแล้วจริงๆ หรือ จริงๆ

“เขาเป็นรุ่นน้อง เขาน่าจะอยู่นานกว่าเรา ‘โต้ง’ นี้ (กิตติรัตน์) น่าจะไปก่อน ‘โต้ง’ นั้น (ฐากูร) น่าจะอยู่ต่อ เดี๋ยววันนี้ก็จะต้องมีเพื่อนๆ ที่เล่นกีฬาด้วยกันกับเขามาอีกเยอะ

ผมว่าคนที่รู้จักพี่โต้งรู้จักในหลายสถานะ ทั้งในหน้าที่การงาน ซึ่งตอนหลังเขาก็เริ่มเป็นผู้บริหาร เพราะฉะนั้นต้องรู้จักคนมากขึ้นๆ แต่ผมคิดว่าสิ่งสำคัญคือใครรู้จักพี่โต้งก็จะรู้สึกว่า ‘เขาเป็นเพื่อน’ ไม่ใช่เป็นคู่ค้า ไม่ใช่เป็นแหล่งข่าว ยังเคยเจอตอนที่เขาสัมภาษณ์คนอยู่ เขาก็ให้ข้อคิดเห็น โต้งก็ทักว่า ‘พี่พูดอย่างนี้ไม่ชัด เดี๋ยวคนแปลความผิดนะ’ อาจกลายเป็นข้อขัดแย้ง เพราะกำกวม ซึ่งขายข่าวได้ฮอต แต่เขาก็ถามซ้ำว่า หมายความอย่างนี้จริงๆ เหรอ ดังนั้น ใครก็ตามที่เจอเขาก็จะรักเขา คนที่อายุมากกว่าก็พร้อมที่จะเคารพนับถือเขาเสียด้วยซ้ำ” นายกิตติรัตน์กล่าว

นายกิตติรัตน์ยังเปิดเผยความรู้สึกในฐานะเพื่อน และเพื่อนร่วมทีมฟุตบอลด้วยว่า “เมื่อเร็วๆ นี้มีการเล่นฟุตบอลของค่ายสยามสปอร์ต โดยทางคุณวิลักษณ์ โหลทอง ทำถ้วยขึ้นมาใบหนึ่ง เป็นถ้วยที่ใช้ชื่อว่า ‘Siam sport forever friends’ แปลว่า ‘เพื่อนของสยามกีฬานิรันดร์กาล’ ในนั้นมีคนอยู่ 4 คน พี่โต้งเป็นหนึ่งในนั้น เป็นคนที่อายุน้อยที่สุด ใน 4 คน คนที่ 1 คุณวีระพงษ์ ยาวะโนภาส (พงษ์ ระวี) หัวหน้าผู้สื่อข่าวกีฬาไทยรัฐ 2.พี่ ย.โย่ง (โย่ง-เอกชัย นพจินดา) อีกคนคือ คุณศุภกร พลกุล และมาเป็นฐากูร บุนปาน ที่พูดตรงนี้เพราะพวกเพื่อนๆ เขาถือว่าพี่โต้งยังไม่ไปไหน และถ้วยใบนั้นเวลามีการเล่นฟุตบอลอาวุโสก็จะนำมาวาง ราวกับว่าพี่โต้งก็ยังอยู่กับพวกเราเสมอ ในนั้นมีชื่อพี่โต้ง มีวันเกิด และวันที่เขาจากไป” นายกิตติรัตน์กล่าว