สถานีคิดเลขที่ 12 : ‘สื่อสารแบบฉุกคิด’ โดย ปราปต์ บุนปาน
นายกรัฐมนตรี เกิดอาการ “งอนสื่อ” อีกแล้ว หลังผู้นำประเทศไปให้คำแนะนำประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ทุกครัวเรือนควรเลี้ยงไก่สัก 2 ตัว เอาไว้กินไข่ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน-หนี้นอกระบบ
ก่อนที่คำแนะนำดังกล่าวซึ่งได้รับการนำเสนอตามสื่อต่างๆ จะถูกรุมถล่มยับโดยผู้คนในโซเชียลมีเดีย ว่าไม่สอดคล้องกับ “ความเป็นจริง” อย่างไรบ้าง
เพียงไม่กี่วันก่อนหน้านั้น นายกฯ ก็เพิ่งถูกผู้รู้ในแวดวงทันตแพทยศาสตร์ตำหนิ เรื่องที่ไปพูดจาว่าผู้หญิงภาคใต้มีปัญหาฟันผุเพราะมีลูกเยอะ จนเด็กแย่งแคลเซียมจากแม่
เนื่องจากสิ่งที่ผู้นำประเทศระบุออกมานั้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางด้านสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์แต่อย่างใด
จากกรณีข้างต้น ดร.นันทนา นันทวโรภาส นักวิชาการด้านสื่อสารการเมือง เพิ่งให้สัมภาษณ์ (ซ้ำอีกครั้ง) ในช่องยูทูบมติชนทีวีว่า ท่านนายกฯ มักสื่อสารแบบ “ฉุกคิด” (ซึ่งพจนานุกรมบัญญัติความหมายเอาไว้ว่า “คิดขึ้นมาทันที คิดได้ในขณะนั้น บังเอิญคิดได้”) หรือ “คิดแบบฉุกละหุก”
คือ คิดอะไรขึ้นมาได้ก็พูดออกไปเดี๋ยวนั้น โดยปราศจากการวางแผนและเตรียมหาข้อมูล รวมทั้งไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง
เมื่อผู้นำประเทศพยายามเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาบางอย่าง ผ่าน “การสื่อสารแบบฉุกคิด” วิธีการที่ว่าจึงไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงในที่สุด
การพูดเรื่องให้ประชาชนเลี้ยงไก่สองตัวก็ดี หรือการพูดเรื่องผู้หญิงใต้ฟันผุแบบผิดฝาผิดตัวก็ดี ล้วนเป็นตัวอย่างของการสื่อสารที่ขาดตกบกพร่อง
หรือถ้าย้อนไปไกลกว่านั้น ก็เป็นแนวคิดให้ “ทหารปลูกผักชี” หรือให้ “ทหารขับรถส่งสินค้า” ซึ่งสุดท้าย ไม่ได้นำไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังในวงกว้าง
ดร.นันทนาประเมินว่า ผลลัพธ์หรือผลเสียของ “การสื่อสารแบบฉุกคิด” คือ ไปๆ มาๆ จะไม่มีใคร “เชื่อถือ” ในสิ่งที่นายกรัฐมนตรีแถลงต่อสาธารณชนอย่าง “จริงจัง”
เพราะประชาชนสามารถตระหนักได้ว่านั่นเป็นเพียงการพูดตามบริบทของพื้นที่ที่นายกฯ ลงไปทำงาน โดยไม่ได้ค้นคว้าและจัดเตรียมข้อมูลที่ถูกต้องมาก่อน
คำพูดของผู้นำจึง “ไม่ศักดิ์สิทธิ์” และมีประโยชน์เป็นเพียงแค่ความสนุกสนานหรือมีมตามโซเชียลมีเดีย
คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก ยังให้ความเห็นว่าปัญหาทั้งหมดอาจถือเป็นความผิดพลาดส่วนบุคคลของนายกฯส่วนหนึ่ง
แต่ที่ควรได้รับคำตำหนิไม่แพ้กัน ก็คือ ทีมงานหรือผู้คนรอบข้างนายกรัฐมนตรี ซึ่งสมควรถูกตั้งคำถามว่าเคยเตือนนายและนำเสนอข้อเท็จจริงในเรื่องต่างๆ ให้นายรับทราบบ้างหรือไม่?
ด้วยเหตุนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่ควรโกรธสื่อมวลชน หรือต่อว่าว่าสื่อทำงาน “ไม่สร้างสรรค์” ทว่าควรปฏิรูปปรับปรุงวิธีการสื่อสารของตนเอง
เพราะท้ายสุดแล้ว ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต้องรับฟังเสียงท้วงติงของประชาชน และปรับเปลี่ยนตัวเองให้มีความสอดคล้องกับความพึงพอใจของพวกเขาเสมอ

