‘นายกฯ’ชูปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแผนที่นำชีวิต สร้างประเทศ สร้างโลก

5.10.16 | 12:05 น.

“นายกฯ” ชูปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สร้างหลักคิด-เป็นแผนที่นำชีวิต สร้างตน สร้างประเทศ สร้างโลก เป็นฐานเชื่อมโยงนานาประเทศ

เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 5 ตุลาคม ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “เยาวชนอาเซียนเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพระยุคลบาท” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559


โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การพบปะของประเทศอาเซียนซึ่งอยู่ในโลกเดียวกัน เชื่อมโยงกันทั้งหมด แตกต่างเพียงภาษาวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ เราคือมวลมนุษยชาติ ต้องสร้างความเข้มแข็งให้เกิดการพัฒนาประเทศ พัฒนาเยาวชนให้เติบโตทันความเปลี่ยนแปลงของโลกที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสาร ในไม่กี่วินาทีก็สามารถสื่อสารกันได้ จนบางครั้งต้องถามว่ามันเร็วไปหรือไม่ จึงต้องหาแผนที่นำทางชีวิตให้ชีวิตให้ประเทศตัวเอง โครงการนี้ทำให้เห็นว่าทุกคนคือทรัพยากรที่มีค่าของประเทศในอนาคต ต้องเรียนรู้ความเปลี่ยนแปลงของโลกตั้งแต่บัดนี้

“เพราะโลกเปลี่ยนแปลงทุกวินาที เราก็ต้องตามให้ทัน ต้องมีกระบวนการในการคิด ไม่ใช่ปล่อยให้ไปอยู่แต่ในเทคโนโลยี ซึ่งบางครั้งเป็นอันตรายต่อทุกประเทศ จะเห็นว่าเป็นปัญหาทั้งเรื่องการปกครอง บริหารงานแผ่นดิน การพัฒนาด้วยโซเชียลมีเดีย บางครั้งไม่สามารถตรวจสอบความชัดเจนได้ในทันที ก็ขึ้นอยู่กับพวกเราทุกคนที่เป็นคนรุ่งใหม่ที่ต้องทันสมัย พอมีปัญหาถามแต่ยูทูบ ดูแต่กูเกิล ทำให้กระบวนการคิดนั้นหายไป ดังนั้นที่ไทยใช้อยู่ทุกวันนี้คือต้องสร้างกระบวนการเรียนรู้ใหม่ให้ได้โดยไม่ทิ้งของเก่า คือ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประวัติศาสตร์มีไว้เพื่อพัฒนา ไม่ใช่เพื่อสร้างความขัดแย้ง แต่เพื่อสร้างความภาคภูมิใจ สร้างกระบวนการคิด วางแผนสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อการพัฒนาประเทศและพัฒนาโลกให้มีความยั่งยืน ตามแผนพัฒนาของสหประชาชาติ” นายกฯกล่าว

นายกฯกล่าวว่า ขอให้นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จากประเทศไทยไปประยุกต์ใช้ได้อย่างไร เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ ศึกษา ทำต่อเนื่องให้เกิดความเคยชิน ไม่ต้องบังคับไม่ต้องมีกฎหมาย เพราะโลกใบนี้เราใช้กฎหมายกันมามากพอแล้ว และเกิดความขัดแย้งพอสมควร แต่เราต้องทำให้ประชาชนทุกคนมีจิตสำนึกว่าทำอย่างไรให้ประเทศชาติเกิดความสงบ ปลอดภัย โดยไม่ได้มองแค่ตัวเอง แต่ต้องนึกถึงคนอื่น ขยายออกไปเรื่อยๆ จนเกิดความยั่งยืน อย่าให้การมาพบปะกันครั้งนี้เป็นเพียงการเสียเวลาที่เดินทางไกลมา ตนไม่ต้องการภาพ หรือเพียงพิธีกรรมอะไร แต่ตนต้องการสาระในการประชุม พบปะ

Advertisement