จุดตัด การเมือง จุรินทร์ ประชาธิปัตย์ ฟื้นคืน ภาคใต้

20.12.21 | 13:00 น.

คอลัมน์หน้า 3 : จุดตัด การเมือง จุรินทร์ ประชาธิปัตย์ ฟื้นคืน ภาคใต้

การชิงชัยในตำแหน่ง “รองหัวหน้าพรรค” ระหว่าง นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ กับ นายเดชอิศม์ ขาวทอง มีลักษณะในทาง “ยุทธศาสตร์” อันแหลมคม

เหมือนเป็นการต่อสู้ระหว่าง “เก่า” กับ “ใหม่”

เพราะว่าข้างหลังของ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ มีคนอย่าง นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน
นายสุทัศน์ เงินหมื่น ยืนอยู่

เหมือนกับจะเป็น “เนื้อกษัตริย์” แบบ “ประชาธิปัตย์”

ขณะที่ข้างหลังของ นายเดชอิศม์ ขาวทอง มีคนอย่าง นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน มีคนอย่าง นายนิพนธ์
บุญญามณี ยืนอยู่

Advertisement

เหมือนกับจะเป็น “เลือดใหม่” ที่เริ่มแสดงตัวของ “ประชาธิปัตย์”

กระนั้น หากศึกษากระบวนการต่อสู้อย่างเจาะลึกลงไปในความเป็นจริงนี่เป็นเพียงประชาธิปัตย์ “เก่า” กับประชาธิปัตย์ “ใหม่”

ใหม่แบบ “พลังประชารัฐ” มิใช่ใหม่แบบ “ก้าวไกล”

ที่ว่าเป็นความใหม่ในแบบพรรคพลังประชารัฐ ใหม่ในแบบพรรคภูมิใจไทย เพราะว่ามิติแบบนี้เพิ่งปรากฏขึ้นในยุคของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

ขอให้ศึกษาคำพูดของ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ

เป็นคำพูดของ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ที่ปรึกษาในเชิงเชิญชวนให้ นายเดชอิศม์ ขาวทอง เข้ามาแทนที่ตำแหน่ง “รองหัวหน้าพรรค” หลังการออกไปของตน

คำพูดนี้อ้างอิงโดย นายเดชอิศม์ ขาวทอง เอง

นั่นก็คือ รองหัวหน้าพรรคดูแลงานภาคใต้หลัง นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ลาออกไปคนที่เหมาะสมคือ
นายเดชอิศม์ ขาวทอง

เพราะสามารถสู้กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้

ท่วงท่าทางการเมืองในแบบของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ต่างหากคือท่วงท่าทางการเมืองที่มีอยู่ในตัวของ นายเดชอิศม์ ขาวทอง ครบถ้วน

เป็นท่วงท่าแบบ “ใจถึง พึ่งได้”

ความ “ใหม่” ที่ภายในพรรคประชาธิปัตย์ขานรับผ่านการเลือก นายเดชอิศม์ ขาวทอง จึงเสมอเป็นเพียงการปฏิเสธความ “เก่า” ที่ดำรงอยู่

ดำรงอยู่ผ่าน นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ

เป็นความใหม่ในแบบที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นำมาปรับประสานกับการสร้างพรรคพลังประชารัฐให้เติบใหญ่ขยายตัว

เป็นท่วงท่า “ใหม่” ที่พรรคประชาธิปัตย์พึง “สำเหนียก”

สำเหนียกและยอมรับเข้ามาเป็นยุทธศาสตร์กำหนดทิศทางในการฟื้นพรรคประชาธิปัตย์ในยุคของ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

หากไม่ยึดกุม “ทิศทาง” นี้ก็จะไม่มี “อนาคต”

เพราะอนาคตของพรรคประชาธิปัตย์จะต้องวางรากฐานในพื้นที่ “ภาคใต้” ให้รุ่งเรืองและเฟื่องฟูขึ้นมาอีกให้จงได้

โดยมี นายเดชอิศม์ ขาวทอง เป็นผู้ขับเคลื่อน

ความ “ใหม่” อันปรากฏขึ้นผ่าน นายเดชอิศม์ ขาวทอง จึงเป็นความใหม่ในกระสวนการเมืองแบบ
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

มิได้เป็นความใหม่ในแบบ อนาคตใหม่ ก้าวไกล

เป็นความใหม่ที่มิได้อิงอยู่กับ “กระแส” บนพื้นฐานแห่ง “อุดมการณ์” เหมือนที่ปูชนียบุคคลของพรรคประชาธิปัตย์เคยยึดกุม

หากแต่อาศัย “กระสุน” เพื่อสร้าง “กระแส”